คุณคือใคร นายนัมชิน? (Are You Human?)

ละคร "คุณคือใคร นายนัมชิน?" (Are You Human?) นำเสนอเรื่องราวของหุ่นแอนดรอยด์ (หุ่นยนต์ที่สร้างขึ้นเลียนแบบมนุษย์) Systemเอไอ ที่ถูกพัฒนาและสร้างขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์สาวผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) "โอ โรรา" หลังมีเหตุให้คุณต้องพลัดพรากจากลูกชายเพียงคนเดียว  "นัมชิน"

ด้วยความนึกถึงผู้เป็นลูกคุณจึงสร้างหุ่นยนต์เอไอเลียนแบบลูกชายในแต่ละช่วงวัย โดยตั้งชื่อรุ่นว่า นัมชินวัน ทู และทรี ตามลำดับ แต่หลังจากลูกชายตัวจริงประสบอุบัติเหตุและอยู่ในอาการโคม่า คุณจึงส่งหุ่นยนต์ "นัมชินทรี" ไปทำหน้าที่ต่างๆ แทน โดยนัมชินทรีจำเป็นที่จะต้องสวมรอยเป็นลูกชายของคุณ และต้องตบตาคนอื่นว่าตนเองเป็นมนุษย์จนกว่านัมชินตัวจริงจะฟื้น ทั้งนี้เพื่อให้รักษาและปกป้องตำแหน่งผู้สืบทอดกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของครอบครัวไว้ให้นัมชิน ขณะปฏิบัติภารกิจนัมชินทรีมีอดีตนักชก MMA (ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสม "Mixed martial art") สาว นามว่า "คัง โซบง" คอยปกป้องในฐานะบอดี้การ์ด แต่สุดท้ายคุณก็ตกหลุมรักเขาทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นหุ่นยนต์

เนื้อหาตอนที่ 1

"โอ โรรา" (ลอว์ร่า โอ) สร้างหุ่นแอนดรอยด์Systemเอไอรุ่นแรกโดยเลียนแบบโครงสร้างของเด็กผู้ชาย หลังประกอบใบหน้าให้หุ่นตัวดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วและเปิดSystemดำเนินการแล้ว หุ่นเด็กชายก็แนะนำตัวว่า "สวัสดีครับ ผมคือหุ่นยนต์เอไอ…นัมชินวัน"  โรราเห็นผลงานตัวเองแล้วถึงกับน้ำตาร่วงและรำพึงรำพันว่า "ชิน… แม่นึกถึงลูกเหลือเกิน…" นัมชินวันเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปหาและสวมกอดคุณ คุณจึงกอดตอบทั้งน้ำตา

ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งปีก่อน ณ กรุงโซล ปี 1997 (พ.ศ. 2540)

"โอ โรรา" นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังชาวเกาหลีใต้ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็น "ไอน์สไตน์เกาหลีด้านปัญญาประดิษฐ์" ขึ้นบรรยายบนเวทีต่อหน้านักศีกษา คุณชี้ไปที่รูปหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (หุ่นยนต์ที่ออกแบบขึ้นมาโดยมีพื้นฐานมาจากร่างกายมนุษย์) บนจอโปรเจ็คเตอร์ ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ทันสมัยไฮเทคสุด ณ ขณะนั้น แล้วบอกว่าคุณยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ คุณเปลี่ยนสไลด์เป็นรูปเด็กชายคนหนึ่งพลางกล่าวว่าในอนาคตอันใกล้คุณจะพัฒนาหุ่นยนต์ที่เหมือนมนุษย์จนแยกไม่ออก และสามารถอยู่ใกล้เคียงเราแทนคนที่เรารักและจากเราไปไกล ทันใดนั้นก็มีเด็กชายคนหนึ่งลุกขึ้นประท้วงว่าตนเป็นมนุษย์ ไม่ใช่หุ่นยนต์ เขาคือเด็กชายที่มีรูปปรากฏบนจอโปรเจ็คเตอร์ และยังเป็นลูกชายวัย 7 ปีของคุณที่มีชื่อว่า "นัมชิน"

โรราพูดติดตลกกับเหล่านักศึกษาว่าบางครั้งคุณก็อยากให้ลูกชายเป็นหุ่นยนต์ที่ว่านอนสอนง่าย (คุณเคยบอกให้ลูกนั่งฟังเงียบๆ ก่อนหน้านี้) และแกล้งขู่ลูกชายว่าถ้าขืนยังไม่เชื่อฟังคุณจะสร้างหุ่นยนต์เลียนแบบเขาและชอบหุ่นยนต์แทน ชินแกล้งสวนกลับอย่างไม่สะทกสะท้านว่า ไม่เป็นไร…เพราะถึงยังไงตนก็ชอบพ่อมากกว่า หลังจบการบรรยายชินถามแม่ว่าโกรธตนไหมที่พูดไปแบบนั้น โรราปฏิเสธว่าไม่โกรธก่อนเกทับว่าถึงยังไงพ่อของชินก็ชอบคุณมากกว่าและท้าให้ชินถามพ่อด้วยตนเอง คุณมองว่าสามีกำลังจะมาจึงชวนลูกไปสนามบินเพื่อให้จะได้บินกลับบ้านด้วยกัน

ชินจะโทรฯ ถามพ่อว่าชอบแม่หรือตนมากกว่ากัน  แต่เสียงโทรศัพท์ (ริงโทนของพ่อ) กลับดังขึ้นใกล้ๆ ครั้นเห็น " ซอ จงกิล" ยืนถือโทรศัพท์อยู่ตรงหน้า โรราก็หน้าถอดสี จงกิลเดินเข้าไปหาสองแม่ลูกพลางส่งสัญญาณบอกลูกน้องให้ชิงตัวเด็กไป โรราถูกลูกน้องจงกิลจับตัวไว้จึงทำได้เพียงมองลูกรักถูกอุ้มขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตา จงกิลอธิบายว่า 'ท่านประธาน' ต้องการตัวชิน โรราสงสัยว่าทำไม "นัม กอนโฮ" (ปู่ของชิน / ประธานพีเคกรุ๊ป) ถึงพรากลูกไปจากตน ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยยอมรับคุณและลูกชายเป็นคนในครอบครัว ด้วยเหตุนี้ครอบครัวคุณเลยต้องระเห็จไปอยู่เมืองนอก คุณชี้ว่าตนมาเกาหลีเพื่อให้บรรยายเท่านั้นและจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก โรราเห็นโทรศัพท์สามีอยู่ที่จงกิลก็รู้สึกสงสัยและเอะใจ จงกิลจึงยื่นใบมรณะบัตรให้โรราก่อนชี้ว่า "นัม ชองอู" (สามีของโรรา) เสียชีวิตแล้วจากการฆ่าตัวตาย โดยศพของเขาพึ่งถูกเผาเมื่อคืน โรราได้ยินแล้วถึงกับช็อคและไม่ต้องการจะเชื่อว่าสามีฆ่าตัวตาย เพราะเขาพึ่งมาเยี่ยมพ่อได้เพียงสองสามวัน จงกิลตัดบทว่าประธานนัมจะเลี้ยงดูชินเอง จากนั้นก็บอกให้คุณลองเช็คยอดเงินค่าปลอบขวัญ (ก้อนโต) ในบัญชีก่อนเดินจากไป หลังจากนั้นโรราก็แวะไปยังสถานที่เก็บอัฐิของสามีและสัญญาว่าจะนำตัวลูกชายกลับคืนมาให้ได้

วันต่อมา โรราขับรถคันใหม่เอี่ยมอ่องบุกไปทวงลูกชายที่คฤหาสน์ของประธานนัม พร้อมนำเงินสดเต็มกระเป๋าที่ประธานนัมโอนให้มาคืน (เงินส่วนที่เหลือจากการซื้อรถ) จงกิลเปิดทางให้คุณเรียกลูก หลังจากนั้นไม่นานชินก็เดินออกมาหาคุณและยืนกรานว่าจะอยู่ที่นี่กับปู่โดยอ้างว่าตนชอบที่นี่ โรราสงสัยว่าลูกอาจโดนข่มขู่และพยายามพาชินกลับไป แต่ชินปฏิเสธและชี้ว่าตนไม่อยากตายเหมือนพ่อ ซ้ำยังโทษว่าแม่ทำให้พ่อตาย โรราได้ยินแล้วถึงกับอึ้ง ชินยังขู่ด้วยว่าถ้าขืนแม่มาที่นี่อีกตนจะตายตามพ่อไป พูดจบชินก็เดินกลับไปหาปู่โดยบอกว่าตนทำตามสัญญาแล้ว และขอให้ปู่ทำตามสัญญาว่าจะไม่แตะต้องแม่ 

แม้จะถูกลูกน้องจงกิลจับโยนออกมาแต่โรรายังไม่ยอมแพ้และพยายามบุกเข้าไปตามลูก จงกิลจึงเตือนคุณว่าขืนทำเช่นนี้ชินจะพลอยเจ็บตัวอีกคน เพราะไม่ว่าประธานนัมต้องการสิ่งใดก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ให้ได้มาซึ่งสิ่งนั้น เขาบอกให้ดูสามีผู้ล่วงลับของคุณ (ซึ่งแข็งข้อกับประธานนัม) เป็นตัวอย่าง ทางที่ดีคุณควรรักษาชีวิตลูกแทนที่จะดึงดันพาลูกกลับไปอยู่กับตน โรราได้ยินดังนั้นจึงยอมตัดใจและบินกลับบ้านตามลำพังโดยร้องไห้นึกถึงลูกตลอดทาง ขณะที่ชินเองก็ร้องหาแม่ด้วยความหวาดกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเช่นกัน

ตัดกลับมาที่สาธารณรัฐเช็ก ในปี 1998 (พ.ศ. 2541)

หลังพลัดพรากจากลูกรัก โรราก็พัฒนาหุ่นแอนดรอยด์Systemเอไอเลียนแบบนัมชิน โดยรุ่นแรกเป็นหุ่นเด็กชายชื่อ "นัมชินวัน" ครั้นนัมชินวันเรียกคุณว่า "แม่"  โรราก็ขอให้นัมชินวันเรียกแม่อีกรอบ นัมชินวันเห็นโรราร่ำไห้นึกถึงลูกจึงท่องกฏข้อที่หนึ่ง (ซึ่งระบุให้กอดคนที่กำลังร้องไห้) แบบเสียงดังฟังชัด และตรงเข้ากอดโรราทันที แม้นัมชินวันจะแลดูเหมือนนัมชินทุกอย่าง แต่ยังมีข้อเสียคือเดินลงบันไดไม่ได้ ทำให้ตกลงมานอนนิ่งและลุกขึ้นเองไม่ได้ 

หกปีต่อมา (ปี 2004) นัมชินวัย 14 ปี นั่งเหม่อมองม้าในคอกของปู่ที่กรุงโซล ขณะเดียวกันโรราซึ่งอยู่ที่สาธารณรัฐเช็กนั่งมองรูปลูกชายในปัจจุบันอย่างครุ่นคิด ก่อนพัฒนาหุ่นแอนดรอยด์Systemเอไอรุ่นใหม่โดยเลียนแบบลูกชายที่เติบโตเป็นวัยรุ่น คุณใช้เวลาสร้างและอัพเกรดหุ่นยนต์ใหม่นานสองปี แถมหุ่นตัวนี้ยังมาพร้อมนาฬิกาข้อมือซึ่งถูกใช้เป็นตัวขับเคลื่อนการทำงาน หลังโรราสวมนาฬิกาให้แล้วหุ่นยนต์ตัวดังที่กล่าวถึงแล้วก็ลืมตาและแนะนำตัวว่า "ผมคือหุ่นยนต์เอไอ…นัมชินทู" จากนั้นก็ทักด้วยความแปลกใจว่าทำไมแม่ถึงเตี้ยลง โรราจึงอธิบายว่าคุณไม่ได้เตี้ยลงแต่นัมชินทูต่างหากที่ตัวสูงใหญ่ขึ้น โรราพานัมชินทูลงบันไดหลังเคยพลัดตกตอนเป็นนัมชินวัน ปรากฏว่านัมชินทูสามารถวิ่งขึ้นลงบันไดได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนมนุษย์ นัมชินทูเห็นแม่ยิ้มอย่างเป็นสุขก็รู้สึกสงสัยว่าแม่ยิ้มได้ยังไง และบอกแม่ว่าตนอยากยิ้มได้เหมือนแม่ โรราเองก็อยากเห็นหุ่นยนต์นัมชินยิ้มให้จึงสัญญาว่าจะพัฒนาให้หุ่นยนต์นัมชินสามารถยิ้มได้

หลังจากนั้นโรราก็พัฒนาหุ่นยนต์นัมชินรุ่นใหม่ที่มีความทันสมัยไฮเทคมากขึ้น โดยนำหมึกชีวภาพ (Bioinks) มาใช้ในส่วนของเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ ฯลฯ เพื่อให้ความสมจริงยิ่งขึ้น ในที่สุด หุ่นยนต์เอไอ  "นัมชินทรี" ที่มีความเหมือนคลึงมนุษย์มากที่สุดก็เสร็จบริบูรณ์ในอีกสิบเอ็ดปีต่อมา (ปี 2015) 

โรราเห็นนัมชินทรียิ้มให้ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ ถึงกระนั้นคุณก็อดนึกถึงลูกชายไม่ได้ นัมชินทรี  (ซึ่งมาพร้อมสมาร์ทวอทช์) เห็นแม่ร้องไห้จึงตรงเข้าไปกอดพลางเอ่ยถึงกฏข้อที่หนึ่ง (เวลาเห็นคนร้องไห้ให้เข้าไปกอด) ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน โรราได้ยินดังนั้นก็น้ำตาไหลพราก คุณตบไหล่นัมชินทรีเบาๆ แทนคำชม นัมชินทรีเข้าใจความหมายจึงยิ้มออกมา

ณ กรุงโซล ในอีกสามปีต่อมา (ปี 2018)

นัมชินในวัย 28 ปี นั่งฟังเพลงพลางอ่านบทความเกี่ยวกับแม่ระหว่างเดินทางไปสนามบิน (หัวข้อบทความถามถึงสุดยอดวิศวกรหุ่นยนต์ที่หายตัวไปเมื่อ 20 ปีก่อน) ในเวลาเดียวกันนั้น ทีมบอดี้การ์ดของนัมชินกำลังเตรียมความพร้อมอยู่ที่สนามบิน หัวหน้าทีมกำชับให้ทุกคนเฝ้าระวังปาปารัสซี่และห้ามไม่มีภาพแอบถ่ายหลุดรอดออกมาได้โดยเด็ดขาด หากพบใครกำลังแอบถ่ายให้พังกล้องแล้วจ่ายเงินค่าเสียหายทันที "คัง โซบง" เห็นหัวหน้าทีมเตรียมซองเงินอย่างหนา (เงินชดเชยกรณีพังกล้อง) มาไว้ให้พวกตนก็ถึงกับตาโต ครั้นชินใกล้มาถึงทุกคนก็รีบวิ่งไปประจำแหน่ง ชินลงจากรถแล้วเห็นป้ายโฆษณาพีเคกรุ๊ป (ผู้ผลิตรถยนต์) ของปู่ก็หยุดมองก่อนแสยะยิ้มแล้วเดินเข้าไปในสนามบิน

โซบงเห็นนักข่าว "โช กีจา" กำลังแอบถ่ายภาพจึงรีบวิ่งไปจัดการ นักข่าวโชจะขับรถหนีแต่โซบงขวางหน้ารถไว้ ก่อนบุกเข้าไปนั่งในรถแล้วหยิบกล้องขึ้นมาสำรวจ ครั้นมองว่าทุกคนเข้าไปในสนามบินหมดแล้วทั้งคู่ก็ยิ้มและดีใจที่ทำสำเร็จ ที่แท้ทั้งคู่เป็นเพื่อให้นซี้และเตี๊ยมกันมาก่อน หลังแบ่งเงิน (ค่าเสียหาย) คนละครึ่งแล้ว นักข่าวโชก็สวมนาฬิกาที่สามารถถ่ายรูปได้ให้โซบง ปรากฏว่าบอดี้การ์ดอย่างโซบงคิดแอบถ่ายวีไอพี (คนที่คุณได้รับมอบหมายให้มาปกป้องซึ่งในที่นี้คือนัมชิน) แล้วนำรูปมาขายให้เพื่อให้นรักนักข่าวเสียเอง โซบงจับจี้รูปหัวใจพลางเปรยว่านี่เป็นนัดแรกที่คุณใช้กล้องแอบถ่ายจึงต้องระวังไม่ให้ถูกจับได้ (โซบงจะจับจี้ดังที่ได้กล่าวมาแล้วทุกครั้งที่ลุ้นหรือเป็นไม่สบายใจ) นักข่าวโชได้ยินว่าชินเพิ่งจะเปลี่ยนจากการเดทกับดารามาเป็นสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวงดัง จึงเสนอว่าจะจ่ายให้สองเท่าหากโซบงถ่ายรูปคู่ควงคนใหม่ของชินได้

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 29

โดยังผ่าตัดอย่างคล่องแคล่ว ฮวางจองซึ่งดูอยู่ก็ทึ่งในทักษะของเขา

“โดยังเป็นศัลยแพทย์ที่เก่งที่สุดในญี่ปุ่นก็ว่าได้ เพราะแม้แต่ศาสตราจารย์คิมูระที่เป็นอาจารย์แพทย์ยังอิจฉาในพรสวรรค์ของเค้าเลย” นาโอโกะกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“ใช่ มีความสามารถยอดเยี่ยมมาก ไม่มีการลังเลเลยแม้แต่น้อย ว่องไวและเฉียบคมมาก” ฮวางจองชมอย่างจริงใจ

“อีกสักพักคนไข้จะฟื้นจากยาสลบ ที่ให้ในตอนผ่าตัด” โดยังบอกฮวางจอง “ต่อจากนี้ให้แพทย์ฮวางจัดการต่อก็แล้วกัน ผ่าตัดเรียบร้อย คุณช่วยเย็บแผลที่พุงท้อง จะได้เสร็จเร็วยิ่งขึ้น”

“ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นยิ่งดี รีบบอกสภาพการณ์ในนี้ให้คนข้างนอกรับรู้เถอะ”

“ไว้เสร็จแล้วค่อยบอกจะดีมากกว่า นี่คือโรงพยาบาลฮันซอง พวกเค้าอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องการผ่าตัดในคราวนี้ก็เป็นได้นะ ข้าผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าช่วยเย็บปิดแผลให้ที เดี๋ยวข้าจะตัดเส้นเลือดดำต่อ”

“เครื่องเอกซเรย์จะช่วยให้คนที่เป็นหมอสามารถเห็นและวินิจฉัยโรค ที่ตรวจอาการจากภายนอกไม่พบได้ แพทย์เบ๊ก ตัดสินใจพาคนไข้ไปโรงพยาบาลฮันซองก็เป็นการวินิจฉัยตามหลักการ แพทย์ฮวางเองก็คงจะเห็นด้วยกับหลักการข้อนี้” เอวิสันปรึกษากับซ๊อกรัน

“ค่ะ ทั้งแพทย์ฮวางกับแพทย์เบ๊ก มีนิสัยอย่างงี้ทั้งคู่ เค้าจะไม่คำนึงถึงปัญหาอย่างอื่นที่จะตามมาหรอก”

“แม้กระนั้นคราวนี้มันน่าจะคิดหน่อยนะ นี่มันเวลาไหนกัน โรงพยาบาลฮันซอง ทำไมพระราชาต้องลี้ภัยไปอยู่ที่สถานทูตรัสเซียล่ะ ก็เพื่อให้จะหนีจากการจับตาของพวกญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ หะ?” ผู้จัดการโอบ่น

“นี่ ๆ ๆ แต่การช่วยคนไข้มาเป็นชั้นแรก ตรงนั้นมีทั้งทหารโชซอนทั้งทหารรัสเซียปลอดภัยอยู่แล้ว อีกอย่างนะ พอผ่าตัดเสร็จรวมทั้งพา กลับมาเองแหละน่า โธ่”

“เอาอย่างงี้ แพทย์ยู คุณรู้จักกับแพทย์เบ๊กดี ช่วยไปที่โรงพยาบาลฮันซองที ไปดูสภาพการณ์ก่อน แล้วเราค่อยมาปรึกษากันอีกที” เอวิสันบอก

“ค่ะ ข้าเข้าใจแล้วค่ะ”

วาตานาเบ้ใช้อำนาจการเป็นผอ.โรงพยาบาลฮันซองเผ่านาดูการผ่าตัด เพื่อให้หวังจะหาทางให้คนไข้เสียชีวิตและป้ายความผิดให้ฮวางจองตามแผน

“เส้นเลือดขอดอยู่แค่นี้ใช่มั้ย?” ฮวางจองถาม

“ไม่ใช่ ข้าคิดว่ามันเชื่อมอยู่กับหลอดเลือดดำใหญ่ เป็นได้ว่าอาจจะลามเข้าไปถึงช่องท้องแล้ว” โดยังบอก

“ดูจากตอนผ่าตัดไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”

“กล้ามเนื้อรอบๆขาหนีบยังนุ่มอยู่ เส้น เลือดขอดอาจยังลามมาไม่ถึงตรงนี้ แต่ถ้าจะสลาย เส้นเลือดขอดของเส้นเลือดดำนี้ เราจึงควรผ่าตัดเปิดที่น่องขาของเค้า”

“หะ ผ่าอีกเหรอ?” นาโอโกะตระหนกตกใจ

“แต่ถ้าทำการผ่าตัดในรอบๆนี้ เลือดจะไหลออกมาก เวลาที่ผ่าตัดก็อาจจะนานจนเกินไป ถ้าให้ยาสลบมากขึ้น คนไข้ก็จะมีความเสี่ยงมากจนเกินไป ดีไม่ดีอาจจะทำให้คนไข้ตายได้” ฮวางจองพูดตามความเห็นของตนเอง

ขณะที่โดยังก็เสนอ “แต่ถ้าเราไม่ลงมือทำเลย จะทำให้เลือดอุดตันปอดจนหยุดการทำงานได้ เราควรจะรีบผ่าตัดให้เร็วที่สุด ก่อนที่ยาจะหมดฤทธิ์”

“ดังนั้นจำเป็นต้องทำให้เสร็จก่อนเค้าจะฟื้น” ฮวางจองสรุป

“ยังมีเวลาครึ่งชั่วโมง ก่อนที่คนไข้จะฟื้นค่ะ” นาโอโกะบอก

“ผมจะทำให้เสร็จในครึ่งชั่วโมง ก่อนอื่น เราจะผูกและตัดหลอดเลือด ที่จะไปสู่หลอดเลือดดำ จากนั้นก็ผ่าเปิดน่องขา ขอคีม ขั้นตอนต่อจากนี้เราจึงควรดึงเอาเส้นเลือดขอดเค้าออกมาโดยเร็วที่สุด”

ระหว่างที่กำลังผ่าตัดอยู่นั้น อียงอิกเกิดฟื้นจากสลบเร็วกว่าที่คิดไว้

“แพทย์เบ๊ก ดูเหมือนว่าร่างกายคนไข้จะรับฤทธิ์ยาสลบได้น้อยไปนะ” ฮวางจองบอก

“เบ๊กโดยังคะ เย็บแผลแล้วค่อยผ่าตัดใหม่เถอะ” นาโอโกะบอก โดยังครุ่นคิดก่อนตัดสินใจ

“เพิ่มยาสลบ”

“อันตรายเกินไป กับคนไข้ที่ฟื้นจากยา สลบง่ายแบบงี้” ฮวางจองพูดตามหลักการ แต่โดยังก็มีเหตุผล

“แต่ถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วจะทำยังไง เส้นเลือดขอดถูกตัดแล้วจะปล่อยไว้แบบงี้เหรอ เราจะทำอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด”

“แต่ถ้าให้ยาสลบอีกตอนนี้ คนไข้อาจจะไม่ฟื้นเลยก็ได้” ฮวางจองยังไม่สบายใจ แต่โดยังตัดสินใจสั่งเสียงแข็ง “เพิ่มยาสลบ”

“เดี๋ยวก่อน รอแป๊บนึง ๆ เรายังพอจะหาวิธีอื่นได้รึเปล่า?” ฮวางจองยังลังเล เพราะอียงอิกอยู่ระหว่างความเป็นความตาย หากตัดสินใจผิดพลาดจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

“ให้ยาสลบแล้วผ่าตัดให้เสร็จนี่แหละวิธีดีที่สุด” โดยังยืนกราน

“ไม่ใช่อย่างนั้น ยังจำวิชาผ่าตัดได้มั้ย ที่เกี่ยวกับเรื่องเส้นเลือดดำซาฟินัสใหญ่น่ะ ถึงหลอดเลือดดำจะเชื่อมกับเส้นเลือดดำซาฟินัสใหญ่ แต่มันไม่ได้สำคัญตรงที่ขนาด”

“เจ้าคิดจะพูดอะไรกันแน่หะ?”

“หมายความว่า ถ้าจะผ่าเส้นเลือดดำใหญ่ก็จำเป็นที่จะต้องตัดหลอดเลือดดำที่เชื่อมออกไปด้วย ถ้าอย่างนั้นก็ดึงมันออกเลยดียิ่งกว่า ตรงนี้ ด้านบนกับข้างล่างมันขาดจากกันแล้ว เราดึงมันออกตรง ๆ เลยก็ได้”

“ถ้าทำอย่างนั้นได้ ถ้าทำได้ก็คงดีสิคะ”

“แต่เราจะดึงมันออกยังไงล่ะ ใช้มือดึงออกมาตรง ๆ เลยเหรอ? ใช้มือหรือคีมดึงก็ไม่ดีทั้งคู่ เพราะมันอาจลื่นหรือขาดก่อนได้”

“นั่นสิคะ ขอแค่เราดึงเส้นเลือดออกมาได้”

วาตานาเบ้ขอตัวออกจากห้องผ่าตัด แต่ ฮวางจองเรียกไว้ “อย่าพึ่งไป แพทย์เบ๊ก ท่านผอ. ถอดชุดกาวน์ของท่านออกก่อนครับ”

“ให้ข้าถอดเสื้อเหรอ?” วาตานาเบ้สี หน้างง

“ลองดูตรงนี้สิ ดูตรงนี้สิ”

“เจ้าจะให้ข้าดูอะไร?” โดยังเองก็แปลกใจ

ฮวางจองจึงเริ่มอธิบาย “ลองสมมุติว่าตัวของชุดกาวน์นี่เป็นเส้นเลือดดำใหญ่ แล้วถ้าเอา อะไรใส่เข้าแขนเสื้อ เอาใส่เข้าไปในหลอดเลือดดำ เส้นลวด ต้องใช้เส้นลวด เหมือนแขนที่อยู่ในเสื้อ เราใส่ลวดเข้าไปในหลอดเลือดดำ หลังจากได้ที่ แล้ว ก็ผูกปิดข้างนึงไว้ และจากนั้นก็ดึงเส้นเลือดดำออกมา” ฮวางจองใช้เสื้อกาวน์ประกอบการอธิบายจนทุกคนเข้าใจอย่างง่ายดาย

“ฉันจะรีบไปเอาลวดค่ะ” นาโอโกะบอก ดีใจ

 “ผมจะลองดึงมันแล้วนะ”

“ว้าว ยอดไปเลย”

หลังจากการใช้ประสบการณ์และความรู้ที่ร่ำเรียนมา ทำให้โดยังและฮวางจองผ่าตัดสำเร็จอย่างรวดเร็ว ขณะที่นักข่าวสนใจเรื่องการผ่าตัด จึงมาขอสัมภาษณ์

“ผมเป็นนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ฮันซองครับ ไม่ทราบว่าทำไมคนไข้ของเจจุงวอน ถึงมารักษาที่โรงพยาบาลฮันซองครับ”

วาตานาเบ้เห็นเป็นจังหวะที่จะใส่ร้ายป้ายสี ฮวางจอง “ครับ เพราะว่าทางเจจุงวอนวินิจฉัยโรค ว่าคนไข้ท่านนี้มีอาการของลำไส้ทะลุ แต่แพทย์เบ๊กของเราวินิจฉัยว่า อาการน่าจะเกิดจากเยื่อบุ กระเพาะคนไข้ทะลุมากกว่า ดังนั้นเราจึงใช้เครื่องเอกซเรย์มาฉายดู ผลออกมาว่าเกิดจากกระเพาะทะลุจริง ๆ ดังนั้นพวกผมจึงได้ทำการผ่าตัดกันทันที”

“อ้อ แบบงี้นี่เอง เพราะหมอฮวางของเจจุงวอนวินิจฉัยโรคผิดไป จึงทำให้คนไข้ต้องมารักษาที่นี่” คนที่ยืนฟังอยู่ด้วยก็โวยวายขึ้นมา

“ไฮ้ จะพูดอย่างนั้นก็ได้ครับ” วาตานาเบ้ยิ้มมีแผน

ข่าวเรื่องฮวางจองวินิจฉัยโรคของอียงอิกผิด แต่เมื่อส่งไปโรงพยาบาลฮันซองก็วินิจฉัยโรคถูก และผ่าตัดที่โรงพยาบาลญี่ปุ่นจนอาการปลอดภัย ล่วงรู้ถึงพระเจ้าโกจง ฮวางจองจึงถูกเรียกมา ตำหนิ

“แค่ก ๆ เฮ้อ.. ตอนแรกคิดว่ามาอยู่ที่นี่แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แต่คงไม่ใช่ ถึงตัวข้าจะมาอยู่ที่นี่ แต่สภาพการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย”

“เสด็จพ่อ อย่างน้อยเราก็ได้กำจัดกลุ่มที่หนุนพวกญี่ปุ่นออกไป แค่นี้ก็ถือว่ามีความหมายแล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้พึ่งเป็นการเริ่ม” องค์รัชผู้สืบสกุลกราบทูล

“ใช่พ่ะย่ะค่ะ รัชผู้สืบสกุลตรัสถูกต้อง สภาวะจะค่อย ๆ ดีขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”

“ได้ยินว่าเจ้าวินิจฉัยโรคผิด เลยทำให้ เจ้ากรมต่างประเทศต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลฮันซอง”

ฮวางจองสีหน้าไม่ดีนัก “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท โชคยังดีที่ไปถึงตรงนั้นแล้ว ได้รู้อาการที่ถูกต้องแล้วผ่าตัดได้สำเร็จพ่ะย่ะค่ะ”

“แปลว่าหมอโรงพยาบาลฮันซอง มีทักษะมากกว่าหมอของเจจุงวอนงั้นรึ?” พระเจ้าโกจงกริ้ว

“ฝ่าบาท ขอประทานอภัยที่ต้องกราบทูลว่า ความชำนาญของโรงพยาบาลฮันซองกับเจจุงวอน คงบอกไม่ได้ว่าใครเหนือกว่าใครพ่ะย่ะค่ะ แต่โรงพยาบาลฮันซอง มีเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดอย่างเครื่องเอกซเรย์อยู่ ที่สามารถฉายดูสาเหตุของอาการเจ็บป่วยได้แม่นยำ” ฮวางจองกราบทูลตามความเป็นจริง

“แปลว่า เพื่อให้ต้องการตรวจให้แน่ใจจึงไปโรงพยาบาลฮันซอง แล้วหลังจากนั้นก็ทำการผ่าตัดตรงนั้นเลยใช่รึเปล่า?”

“ใช่พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“ถึงจะไม่รู้ว่าเจ้าเครื่องที่ว่านั่นคืออะไร แต่เจจุงวอนจำเป็นที่จะต้องมีหมอที่มีความเชี่ยวชาญและความรู้ ที่เหนือกว่าเครื่องเอกซเรย์ เพื่อให้ยกระดับการรักษาให้สูงขึ้นให้ได้”

“กระหม่อมจะทำตามพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”

“อีกอย่างต่อให้ไม่อาจตัดสินโรคได้แน่ชัด ก็ไม่ควรส่งไปที่โรงพยาบาลฮันซอง เพราะมันเป็นสิ่งที่ขัดต่อความปรารถนาของข้า” พระเจ้าโกจงตรัส

“พอเสด็จพ่อได้ยินว่าเจ้ากรมต่างประเทศไปรักษาที่โรงพยาบาลฮันซอง ก็อาหารไม่ย่อยเลย ต่อไปอย่าให้เกิดเหตุอย่างนี้อีก เข้าใจรึยังหะ?” องค์รัชผู้สืบสกุลตรัสย้ำ

“พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชผู้สืบสกุล”

ซ๊อกรันและฮวางจองเป็นห่วงพระราชามากที่พระองค์ไม่ยอมเสวยโอสถ ขุนนางเมื่อเห็นฮวางจองมาจึงเชิญไปที่บ้านซึ่งลองต้มยาจีนเพื่อให้รักษาอาการของพระราชา

“ใต้เท้าทำของพวกนี้ นับตั้งแต่ไหร่ครับ?” ฮวางจองเห็นก็รีบถาม

“ฮะ ๆ ๆ ก็เพราะได้แพทย์ยู กับ ผอ. เอวิสันช่วยเหลือ จึงทำสำเร็จ ข้า..ก็ดูและเอาอย่างมาจากเจจุงวอนนี่แหละ อ้อ รอเดี๋ยวนะ ฮอนโฮแซง โกฐเขมา เปลือกส้ม และฮูพัค นำมาต้มรวมกันกรองเอาน้ำมา แล้วใส่ยาที่นำเข้าผสมลงไปในนี้ ก็เป็นอันเรียบร้อย” ขุนนางสั่งการ

“ท่านตวงส่วนผสมที่แน่ๆรึเปล่าคะ?” ซ๊อกรันถามขึ้น

“ต้องตวงสิ เมื่อก่อนใช้สายตาวัดเอา แต่รสชาติมันก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวเสีย แต่ตอนนี้ มันเริ่มพอดีแล้ว”

“ถ้างั้นข้าขอลองชิมได้มั้ย” ฮวางจองถามอย่างตื่นเต้น

“ไม่ ๆ ต้องรอเดี๋ยว” ขุนนางรีบบอก ก่อนจะเคี่ยวยา “คราวนี้เรียบร้อย อ้ะ” ขุนนางตักยา ส่งให้

ซ๊อกรันดมกลิ่น ครุ่นคิด “เหมือนมีกลิ่นมินท์เลยค่ะ”

“ใช่แล้ว มา ลองชิมดูอีกหน่อย ผู้ใหญ่กินครึ่งถ้วย ส่วนเด็กก็กินหนึ่งส่วนสี่ ปริมาณกำหนดไว้แล้ว”

ซ๊อกรันลองจิบ และยิ้มออกมา “ยาอร่อยจังเลยค่ะ เป็นยาจีนที่มีคุณสมบัติเหมือนยาฝรั่งเลย”

“ถ้างั้นเราลองกินกันดูก่อน ถ้าไม่มีปัญหาจะได้ถวายให้พระราชาเสวย” ฮวางจองบอก

ฮวางจองและซ๊อกรันเอายาที่ต้มมาให้ คนที่เจจุงวอนลองจิบ ด้วยรสชาติยาที่หวานอร่อยทำให้หลายท่านต่างชื่นชอบ ซ๊อกรันบอกเมื่อจิบยาไปแล้ว วันรุ่งขึ้นให้มาบอกอาการด้วยว่าเป็นอย่างไร

ขณะเดียวกัน ฮวางจองและขุนนางก็เอายาไปถวายพระราชาโกจง “นี่เหรอยาแก้ท้องอืด ที่ข้าเคยชอบกินน่ะ”

“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ แพทย์ฮวางกับที่เจจุงวอนจัดทำขึ้นแล้ว ก็บรรจุใส่ขวดปิดผนึกพ่ะย่ะค่ะ” ขุนนางบอก

“แปลว่าหลังจากปิดผนึกแล้ว ก็ไม่มีใครที่เปิดมันอีกใช่รึเปล่า? อืม รสชาติไม่เลวเลยนี่นา การปรุงยาของพวกเจ้า ต้องลำบากกันเพียงใด เรื่องนี้ข้าย่อมรู้ดี”

“ฝ่าบาท เป็นพระกรุณายิ่งพ่ะย่ะค่ะ”

ไม่นานนัก อาการของอียงอิกก็เริ่มดีขึ้น โดยังเผ่านาตรวจอาการ “การหายใจเป็นปกติดี”

“เฮ้อ ขอบใจมาก เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้”

“ไม่ใช่หรอกครับ ท่านเป็นคนแข็งแรงมาก จึงผ่านการผ่าตัดมาได้อย่างดี ร่างกายก็ฟื้นตัวได้เร็ว”

“คนเก่งอย่างเจ้ากลับมาอยู่ในที่แบบงี้” อียงอิกพูดอย่างเสียดายที่โดยังมาอยู่ในโรงพยาบาลของญี่ปุ่น

โดยังยิ้ม “เป็นหมออยู่ที่ไหนก็ไม่สำคัญครับ เพราะสำหรับหมอ สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่..สามารถช่วยคนไข้ได้รึเปล่า”

“เจ้าคงมีความจำเป็น ข้าต้องการจะกลับเจจุงวอนในทันที เจ้าคิดว่าไปเมื่อไหร่ดี”

“ใต้เท้าคงควรต้องรอไปอีกสักระยะ แล้วข้าจะมาบอกเวลาที่เหมาะสมสำหรับการย้ายให้”

“ขอบใจมาก”

“ใต้เท้าวางใจได้ครับ โรงพยาบาลจะไม่มีใครรังแกท่านแน่” โดยังบอกอย่างมั่นใจ

วาตานาเบ้เรียกโดยังเข้าไปพบ “อืม.. เจ้าลูกรัก ๆ ฮะๆ” ก่อนจะยัดเข็มฉีดยาใส่ยาพิษให้โดยัง ให้เอาไปฉีดให้อียงอิก

“นี่อะไรครับ” โดยังสีหน้างง

“ยาบำรุงสำหรับใต้เท้าอียงอิก” วาตานาเบ้หรี่ตา สีหน้าร้าย

“ท่านผอ.จำเป็นต้องได้รับยาบำรุงมากกว่า เอาไว้ใช้เองเถอะครับ” โดยังบอก

“สำหรับชาวโชซอน อียงอิกก็เปรียบเหมือนเนื้อร้ายก้อนนึง เค้าส่งพระราชาไปอยู่สถานทูตรัสเซีย ให้ไปใช้ชีวิตอย่างกับตัวประกัน แล้วจากนี้ไป พวกรัสเซียก็จะควบคุมโชซอนได้ง่ายเหมือนขนมปัง ดังนั้นถ้าโชซอนไม่มีคนอย่างนี้อยู่ในประเทศสักคน มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรหรอก”

โดยังโกรธมาก เมื่อรู้ความหมายที่วาตานาเบ้พูด “ผมว่าไร้สาระสิ้นดี”

“ไร้สาระ ฮะ ๆ ๆ เดี๋ยวเจ้าก็จะค่อย ๆ ชินไปเอง ฮะ ๆ”

“ก่อนที่จะมาที่นี่ ข้าเคยบอกไว้แล้วว่าจะไม่ทำอะไร นอกเหนือจากการรักษาคนไข้ เรื่องนี้ข้าเคยบอกไว้ชัดแล้ว”

“ความเกี่ยวพันในสังคมมันไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คุณคิดหรอก และอีกอย่างนะ นี่เป็นคำสั่งของสถานทูต ผมเอง..ก็ปฏิเสธไม่ได้”

“สถานทูตเหรอ ทำไมคนที่อยู่ในการเมือง ถึงมาสั่งอะไรหมอที่อยู่ในโรงพยาบาลฮันซองได้ด้วยล่ะ?” โดยังถามกลับ

“งั้นคุณก็ฟังให้ดีนะ หลังจากอียงอิกตายแล้ว ก็ทำให้เหมือนว่าฮวางจองผ่าตัดดึงเส้นเลือดเค้าจนเสียชีวิต แบบงี้ชีวิตการเป็นหมอของเค้าก็จะอวสาน และคู่แข่งของคุณก็จะหมดไป คุณจะแปลงเป็นหมอที่ยอดเยี่ยม..ที่สุดในโชซอนแล้ว” วาตานาเบ้ยิ้ม หว่านล้อมโดยัง

“หึ คุณคิดว่าผมจะทำแบบนั้นเหรอ?”

“แน่ๆ”

“ทำไมล่ะ?”

“คุณเบ๊กโดยัง หรือว่าคุณต้องการจะอยู่ใต้ เงาของหมอฮวางจองไปตลอดชีวิตของคุณล่ะ? โลกมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว เราสามารถทำให้อัจฉริยะเปลี่ยนเป็นคนโง่ได้ และคุณไม่จำเป็นต้องมาเจ็บช้ำเพราะผู้หญิงคนเดียว แค่เข็มเดียวทุกอย่างก็จะจบ สามารถเอาชนะศัตรูของคุณได้ รวมทั้งคนรักที่ถูกแย่งก็จะได้กลับมาข้างเคียงคุณ ฮะ ๆ ๆ ถือว่าขอร้องล่ะนะ”

โดยังคิดตามที่วาตานาเบ้พูด ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น ทำให้โดยังมองเข็มฉีดยาอย่างลังเล

อหิวาตกโรคเริ่มกลับมาระบาดที่โชซอนอีกรอบ หมอที่เจจุงวอนจึงเริ่มหาวิธีตั้งรับ

“ตอนนี้ทางเจจุงวอนพบคนไข้เป็นโรคอหิวาตกโรคค่ะ ซึ่งที่เจจุงวอนก็มีมาตรการป้องกันแล้ว ทุกข้างควรต้องรีบเตรียมการป้องกันให้เร็วที่สุด ข้าอยากขอให้ทุกท่านนำเอกสารที่แจกให้ ไปติดกำแพงของแต่ละที่ เพื่อให้เป็นการประกาศให้รู้ทั่วกัน นอกจากนี้เราจะแจกปูนขาวไปให้แต่ละโรงพยาบาล ขอให้ทุกท่านช่วยกันโรยรอบๆโรงพยาบาลตัวเองด้วย” ซ๊อกรันบอกให้คนในโรงพยาบาลช่วยกัน

โดยังรู้สึกสับสนในสิ่งที่วาตานาเบ้พูด เขานัดพบกับซ๊อกรัน ทั้งสองพูดคุยกัน ซึ่งโดยังก็ยังนึกถึงคำพูดของวาตานาเบ้ตลอดเวลา

“โรคอหิวาต์เริ่มระบาด เลยทำให้นึกถึงผอ.เฮรอน นึกถึงตอนที่เราช่วยกันควบคุมโรค”

“ก็นั่นสิคะ ช่วงเวลาที่ท่านไม่อยู่ พอถึงช่วงป้องกันโรค ข้าก็จะนึกถึงท่านทุกที”

“นึกถึงข้าเหรอ?” โดยังดีใจขึ้นมานิดนึง

“นึกถึงตอนที่ไปลำบากอยู่ในหมู่บ้านคนฆ่าสัตว์ แถมยังถูกพวกคนทรงรังควานเอาด้วย” ซ๊อกรันพูดขำ ๆ โดยังหุบยิ้ม เพราะคิดว่าซ๊อกรันนึกถึงเขาจริง ๆ “มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ”

“ที่ญี่ปุ่นเป็นยังไงบ้างคะ? ไปเรียนกับคนญี่ปุ่นคงไม่ง่ายนักใช่มั้ยคะ”

“ไม่ง่ายเลยจริง ๆ แต่สุดท้าย ข้าก็เข้าใจที่หมอเฮรอนพูดกับข้าไว้ก่อนตายแล้ว ข้าพึ่งจะจะมาตื่นเอาตอนนั้น พึ่งจะมารู้สึกตัว”

“แล้วพูดว่าอะไรเหรอคะ?”

โดยังยิ้ม สีหน้าเบาใจขึ้น “เรื่องนั้น ข้าอยากเก็บไว้คนเดียวน่ะ อ้อ ไปดื่มชาด้วยกันดีมั้ย”

ระหว่างที่นั่งดื่มชากับโดยัง ซ๊อกรันก็พูดคุยอย่างเป็นกันเอง “คุณชาย ตอนแพทย์เบ๊ก ผ่าตัดเย็บกระเพาะและเส้นเลือดขอดให้คุณอียงอิก แพทย์ฮวางชมท่านใหญ่เลยว่า ท่านผ่าตัดได้เร็วและดีจนเค้ารู้สึกตกอกตกใจ”

“เค้าไม่ได้เล่าอย่างอื่นเหรอ?”

“ไม่มีนี่คะ ทำไมเหรอ?”

“ไม่มีอะไร”

“แล้วผู้หญิงที่ชื่อนาโอโกะ ท่านเคยผ่าตัดอะไรให้นางเหรอคะ?”

โดยังชะงัก “ตอนที่ข้าประจำอยู่ห้องฉุกเฉิน มีคนไข้ที่ลำไส้อุดตันถูกส่งมา คนคนนั้นคือนาโอโกะ”

“ท่านเคยผ่าตัดให้นางนี่เอง ต้องถือว่านางโชคดีมาก ที่ได้มาเจอหมอเก่ง ๆ อย่างแพทย์เบ๊ก แล้วนางเรียนพยาบาลมาก่อนจะเจอท่านเหรอ?”

“ไม่ใช่ เดิมนางเรียนเสริมสวย พอรู้อีกทีนางก็มาเป็นพยาบาลผู้ช่วยข้าแล้ว”

ซ๊อกรันยิ้ม “โรแมนติกจัง พวกท่านจะแต่งงานกันเมื่อไหร่คะ?”

“แต่งงาน? หึ” โดยังรู้สึกขมขื่นใจ “อย่าพึ่งเอ๋ยถึงข้าเลย เจ้าน่าจะแต่งก่อนผ่านั้ง”

“ไม่แน่หรอก สำหรับข้าแล้ว เรื่องแต่งงานมันดูเหมือนยังห่างไกลมาก มาพูดเรื่องนี้กับแพทย์เบ๊ก ต้องขอโทษด้วยค่ะ มิน่าถึงได้รู้สึกแปลก ที่แท้ก็ไม่มีเสียงเพลง” ซ๊อกรันหันไปมองบนเวที

“สงสัยว่าคนเล่นเปียโนจะยังไม่มา ถ้างั้น เจ้าลองเล่นดูดีมั้ย?”

“เฮ้อ ได้ยังไงกัน เดี๋ยวเปียโนเค้าพัง”

“หึ ๆ ไม่มีคนอยู่เลย ลองเล่นดูหน่อยเถอะ ไม่ได้เห็นเจ้าเล่นเปียโนมาตั้งนานแล้ว”

โดยังพาซ๊อกรันมาที่เปียโน และให้ซ๊อกรันนั่ง “ข้าไม่ได้เล่นมาสิบกว่าปีแล้ว”

โดยังนั่งลงข้าง ๆ “เมื่อก่อนเจ้าเคยสอนข้าเล่นเพลงเพลงนึง เรามาเล่นพร้อมกันดีรึเปล่า มาลองเล่นกันดูเถอะ”

“เอาล่ะ จะเริ่มแล้วนะคะ” ซ๊อกรันบอก ก่อนจะพรมนิ้วลงบนคีย์เปียโน

โดยังรู้สึกเป็นสุขมากเมื่อได้อยู่กับซ๊อกรัน 

“ไม่ได้สนุกแบบงี้ตั้งนานแล้ว”

“ข้าเองก็สนุกมาก”

“ไปก่อนนะคะ”

“อ้อ ซ๊อกรัน เอ่อ ข้าต้องการจะถามอะไรเจ้าเรื่องนึง คืออย่างงี้ ข้าอ่านจากหนังสือพิมพ์ มีคนสองคนวิ่งแข่งกัน ธรรมดาก็ต้องมีคนนำหน้าและตามหลังใช่มั้ย?”

“ใช่แล้วค่ะ”

“แต่คนที่วิ่งตามหลัง ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถตามคนข้างหน้าทัน แต่คนหลังต้องการจะเอาชนะคนที่นำอยู่ให้ได้ เค้าควรจะทำยังไง?”

“คนตามหลังน่าสงสารจัง”

“หรือว่าจะขัดขา ให้คนข้างหน้าล้ม แค่นี้ก็ชนะได้แล้ว” โดยังพูดเป็นนัย ๆ กับเรื่องอียงอิก

“ทำไม่ได้หรอกค่ะ เพราะมันผิดกติกา” ซ๊อกรันบอก

“ผิดกติกา?”

“ค่ะ ต่อให้ขัดขาจนคนนั้นล้ม ในสายตาคนอื่นอาจจะดูเหมือนว่าชนะ แต่ตัวเองก็ไม่มีทางหลอกตัวเองได้ คุณชายคะ ข้าขอเรียกว่าคุณชายเหมือนเมื่อก่อนได้มั้ย?”

“ได้สิ ข้าก็คิดว่าดียิ่งกว่า”

“ถ้างั้นข้าขอฝากคำพูดประโยคนึงให้คุณ ชายละกัน รู้ในสิ่งนั้น ไม่สู้รักในสิ่งนั้น” ซ๊อกรันพูดเป็นปรัชญา

“รักในสิ่งนั้น ไม่สู้สุขสบายกับมัน เป็นประโยคของอยู่หลุนหวี่” โดยังต่อให้

“ค่ะ คนที่เข้าใจในสิ่งนั้น ก็ไม่สู้ไปรักในสิ่งนั้น คนที่รักในสิ่งนั้น ก็ไม่สู้ไปรู้จักที่จะแฮปปี้กับสิ่งนั้น คนที่รักในการวิ่งจริงคงจะไม่ได้สนใจว่าใครจะอยู่ข้างหน้า หรือว่าหลังหรอกค่ะ แค่ตัวเองสุขสบายก็พอแล้ว จะเอาใจที่ไหนไปสนใจคนอื่น เพราะตัวเองก็สุขสบายแล้ว นั่นเป็นความคิดของข้าค่ะ”

“ขอบคุณมาก” โดยังกล่าว ซึ่งเขาได้ข้อคิดจากคำพูดของซ๊อกรัน

คืนนั้น ห้องพักที่อียงอิกนอนพักรักษาตัวเกิดไฟไหม้ ซึ่งเป็นคำสั่งของวาตานาเบ้ลอบให้คนเผ่านาสร้างสภาวะ แต่โชคดีที่โดยังมาเห็นเข้าจึงช่วยอียงอิกไว้ได้

“ใต้เท้า ๆ เป็นยังไงบ้างครับ?”

“ไม่เป็นไร โอ๊ย ๆ”

โดยังเข้าไปประคอง “ลุกขึ้นมาก่อนครับ”

“คุณจึงควรรอดู จนกว่าพระราชาจะทรงเรอน่ะเหรอ?” เอวิสันถามถึงอาการของพระราชา

“ครับ ข้าไม่มีทางเลือกจริง ๆ อีกอย่างเราคงไปโรงพยาบาลฮันซองอีกไม่ได้” ฮวางจองบอก

“ทำไมคะ?”

“เพราะว่าเรื่องท่านอียงอิกไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลฮันซอง ทำให้พระราชากริ้วมาก พระองค์ตรัสว่า เราควรจะเชี่ยวชาญและวินิจฉัยโรคได้ดียิ่งกว่าเครื่องเอกซเรย์”

“โอ้วมายก๊อด”

“ยังไงก็คงไปที่โรงพยาบาลฮันซองอีกไม่ได้ ตอนแรกข้ายังคิดว่าจะพาคนไข้ไปลองใช้เครื่องเอกซเรย์เพื่อให้ดูประสิทธิภาพ แต่คงไปไม่ได้แล้ว”

“แพทย์ฮวาง เรื่องนี้แล้วแต่คุณนะ แต่เรื่องที่คุณต้องคอยไปเข้าเฝ้าพระราชาบ่อย ๆ นั้น คุณต้องจำกัดสักหน่อย”

“ผอ.หมายความว่ายังไงครับ? สำหรับประชาชนโชซอน ถ้าพระราชามีรับสั่งเรียก เราก็ต้องไปเข้าเฝ้าในทันทีน่ะครับ” ฮวางจองพูดขึ้น

“แต่เจจุงวอน ไม่ใช่โรงพยาบาลของทางการ เพราะฉะนั้นการจะส่งหมอไปไหม ผมมีสิทธิที่จะตัดสินใจ”

“อ้อ ครับท่านผอ. แต่พระราชาไม่ใช่คนอื่นนี่นา จริงมั้ยล่ะครับแพทย์ยู” ฮวางจองหันไปถามซ๊อกรัน

“ข้าก็ความคิดว่ามีท่านผอ.พูดถูกเหมือนกันค่ะ” ซ๊อกรันคล้อยตามเอวิสัน

เมื่ออยู่กันสองคน ซ๊อกรันก็อดต่อว่าฮวางจองไม่ได้ “ช่วงที่ผ่านมาในใจของท่าน คอยนึกถึงแต่เรื่องของพระราชา”

“นึกถึงแต่พระราชาหมายความว่ายังไงเหรอ?”

“ตั้งแต่พระมเหสีสิ้นพระชนม์ไป ท่านก็เป็นแบบงี้มาตลอด”

“ข้าน่ะเหรอ แล้วไม่ควรเป็นอย่างงี้เหรอบ้านเมืองสูญเสียมารดาของแผ่นดินไป เราก็ควรจะให้การดูแลพระราชาที่สูญเสียพระมเหสีไปเป็นพิเศษสิ”

“แต่ นั่นไม่ใช่ท่าทีที่หมอควรใช้กับคนไข้นะ ในยามที่ปฏิบัติกับคนไข้ ถึงแม้ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นพระราชา แต่หมอก็ควรจะใช้เหตุผลที่เหมาะสม แต่ทำไมเมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระราชา ท่านก็เสียจิตใจที่เป็นกลางไปหมด ตอนนี้เจจุงวอนมีคนไข้อยู่เต็มไปหมด แต่ท่านกลับไปอยู่ที่สถานทูตรัสเซียทั้งวัน แค่เพราะว่าพระราชาอาหารไม่ย่อยน่ะ”

“นั่นเพราะข้าก็ไม่มีทางเลือก”

“ไม่ใช่ว่าท่านไม่มีทางเลือกหรอก ท่านเลือกที่จะอยู่ตรงนั้นเอง ท่านควรจะอธิบายให้พระราชาเข้าพระทัย ในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลนี่ จำได้มั้ยว่าในตอนที่ท่านมาขอเป็นผู้ช่วยแพทย์ของแพทย์อัลเลน เค้าก็เคยบอกท่านไว้อย่างนี้ ถ้าเจอคนที่สูงศักดิ์กับต้อยต่ำ ท่านจะเลือกรักษาใครก่อนล่ะ?”

ตรงเวลาเดียวกับมียองเผ่านาบอก “แพทย์เบ๊กพาคนไข้มาที่นี่ค่ะ”

โดยังพาอียงอิกมา ฮวางจองเห็นก็รีบถาม เพราะอียงอิกยังไม่หายดี “ใต้เท้าอี นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

“เกิดการระเบิดในห้องพักฟื้น”

“เกิดระเบิดเหรอ แล้วเป็นความสามารถของใคร?” ฮวางจองตกอกตกใจ

“ความสามารถของสถานทูตญี่ปุ่น เมื่อหลายวันก่อน พวกเค้าให้ข้าฆ่าใต้เท้าอียงอิก แต่ข้าปฏิเสธไป” โดยังบอก ไม่ปกปิด

“คุณชาย ข้าถึงบอกให้คุณรีบกลับมาเจจุงวอนไงคะ” ซ๊อกรันกล่าวอย่างเป็นห่วงโดยัง

“ตัวข้าไม่เป็นไรหรอก เจ้าช่วยรักษาเค้าก่อน ข้าใช้รถลากพาท่านมา แผลผ่าตัดอาจมีเลือดออก”

“ไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้อาการ ยังไม่หนักหนามาก”

“เอาละ งั้นข้าคงจำเป็นที่จะต้องกลับไปก่อน” โดยังบอก

“ข้าจะตรวจคนไข้ก่อน แล้วค่อยติดต่อท่าน”

“อืม งั้นข้าฝากด้วยนะ”

“คุณชายคะ การที่ท่านพาคนไข้มานี่ ท่านจะมีอันตรายได้นะ ข้าเป็นห่วงน่ะ” ซ๊อกรันอดเป็นห่วงโดยังไม่ได้

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัยกับใต้เท้าอีนัก เราจึงควรหาที่ใหม่ให้เค้า แล้วเจอะกัน” โดยังยิ้มก่อนจะเดินไป

โดยังกลับมาที่โรงพยาบาล นาโอโกะเห็นหน้าโดยังก็ดีใจมากที่เขาไม่เป็นอันตรายจากไฟไหม้ “เบ๊กโดยังคะ คุณไปไหนมาเนี่ย ฉันนึกว่าคุณตายไปแล้ว”

“ไม่เป็นไร”

“เรื่องที่เกิดขึ้น กับโรงพยาบาลฮันซองของเรานั้น เรารู้สึกเสียใจมากจริง ๆ เราก็ยังช็อกกับเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล แต่พวกผมการันตีว่า การระเบิดคราวนี้ไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลฮันซองแน่ เอ่อ พวกผมจะให้ความร่วมมือกับทางการของโชซอน เพื่อให้คลี่คลายเรื่องนี้ให้จงได้ อ้อ แพทย์เบ๊ก คุณพาใต้เท้าอีไปที่เจจุงวอนอย่างปลอดภัยแล้วใช่มั้ย?” วาตานาเบ้รีบแก้ตัว

“ใช่” โดยังจ้องเขม็งอย่างกับต้องการค้นหาความจริง

“ภายหลังที่เกิดเหตุนี้ขึ้น เราจึงพาใต้เท้าอีไปเจจุงวอนอย่างเร่งด่วน เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุระเบิดซ้ำขึ้นอีกที นี่แสดงว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรา เพราะถ้าพวกผมอยู่เบื้องหน้าเรื่องนี้ พวกผมก็คงไม่พาคนไข้ไปที่เจจุงวอน” วาตานาเบ้พูดเอาดีเข้าตัว

โดยังรู้สึกไม่พอใจมากที่ทางญี่ปุ่นต้องการฆ่าอียงอิกจนสามารถทำได้ทุกอย่าง เขาจึงขอลาออก “ผ่านาที่นี่ก็เพื่อให้จะมาขอลาออก”

“อะไร ว่าไงนะ?” วาตานาเบ้ตระหนกตกใจกับการตัดสินใจของโดยัง

“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก เพราะที่นี่ ไม่ใช่ที่ที่ต้องการจะไปก็ไปได้” ทูตญี่ปุ่นเสียงแข็ง

“ผ่านาที่นี่ก็เพื่อให้จะมารักษาคนป่วย แต่ตอนนี้ข้าเข้าใจดีแล้วว่ามันไม่ใช่ที่รักษาคน ดังนั้นข้าจะขอลาออก”

“อยากตายนักรึ?” ทูตญี่ปุ่นตวาด

“พระมเหสีโชซอน ก็ถูกฆ่าอย่างงี้ใช่รึเปล่า?” โดยังถามตรง ๆ ทำเอาวาตานาเบ้อึกอักพูดไม่ออก

“เอ่อ ๆ แพทย์เบ๊ก ดูเหมือนว่าคุณจะเข้าใจอะไรผิดนะ”

“ไปฟังมาจากใคร?” ทูตหน้าเสีย

“ยังจะมีใครได้ล่ะ ก็พวกลูกน้องในสถานทูตของคุณไงล่ะ” วาตานาเบ้โบ้ย

“ถ้าเป็นอย่างงั้น ข่าวที่ฟังมาคงจะจริงแต่คุณต้องฟังความจริงอีกอย่างที่พวกมันไม่รู้สำหรับคำสั่งนี้ รู้มั้ยว่าใครเป็นคนสั่ง คุณมีโอกาสเรียนจนจบ มาด้วยเงินของใครล่ะ ถูกต้อง พ่อของนาโอโกะ การที่คุณมาอยู่โรงพยาบาลฮันซอง เค้าก็เป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง เรื่องนี้แหละที่เป็น..เหตุผลที่คุณไม่สามารถไปจากโรงพยาบาล ฮันซองได้ง่าย ๆ”

นาโอโกะเห็นซ๊อกรันสนิทสนมกับโดยังมาก จึงต้องการกีดกันคนใกล้ชิดระหว่างคนทั้งสอง นาโอโกะจึงนัดซ๊อกรันออกมาคุย

“สวัสดีค่ะ เชิญนั่งก่อนสิ ฉันสั่งเครื่องดื่มไว้ให้ กาแฟสำหรับคุณ โอเคมั้ยคะ”

“ค่ะ แต่คุณอยากพบฉันทำไมเหรอ ฉันต้องรีบไปช่วยที่โรงพยาบาลโบกูน่ะค่ะ”

“ฉันไม่รบกวนเวลาคุณมากหรอก คือ.. ฉันกับโดยัง ได้ฤกษ์วันแต่งงานกันแล้วค่ะ” นาโอโกะบอก

“ยินดีด้วยนะคะ” ซ๊อกรันยิ้มให้ แสดงความยินดีอย่างจริงใจ

“ขอบคุณค่ะ เพราะคุณเป็นเพื่อให้นรักของแพทย์เบ๊กโดยังที่อยู่ในโชซอน ฉันเลยอยากมาบอกข่าวดีกับคุณก่อนเป็นคนแรก งานแต่งงาน จะจัดขึ้นทั้งในโชซอนและที่ญี่ปุ่น เพราะว่าเรามีแขกจำนวนมาก ไป ๆ มา ๆ คงไม่สะดวกน่ะค่ะ จึงตัดสินใจอย่างนี้ แต่งานแต่งที่โชซอน คุณต้องมานะ”

“แน่ๆค่ะ ฉันจะไป ถ้างั้นฉันขอตัวไปก่อนนะ”

“เอ่อ ฉันรู้ว่าคุณยุ่งมาก แม้กระนั้นคุณรู้จักกับคุณโดยังได้ยังไงเหรอคะ?” นาโอโกะถามด้วยท่าทางอยากรู้

“หมายความว่ายังไงคะ?”

“ก็ฉันได้ยินว่า ชายและหญิงชาวโชซอนจะใกล้ชิดกันไม่ค่อยได้ ได้ยินว่าตอนเปิดโรงพยาบาลเจจุงวอน ก็เกิดอุปสรรคเพราะเรื่องนี้ไม่น้อย ถึงต้องมีการจัดหาหมอผู้หญิงมาช่วย ในสังคมที่เป็นอย่างงี้น่ะ คนที่เป็นลูกชายขุนนางใหญ่อย่างเบ๊กโดยังของฉัน แต่กลับได้มาสนิทกับบุตรสาวล่ามอย่างคุณ ฉันเลยรู้สึกแปลกน่ะ”

“เพราะว่าท่านพ่อของเรามีความสนิทสนมกัน จึงได้รู้จักกันแต่เล็ก มันก็แค่นั้นเอง” ซ๊อกรันบอก

นาโอโกะพยักหน้า “อ้อ อย่างนั้นเหรอ เพราะว่าเบ๊กโดยังไม่เคยเล่าเรื่องอะไรบ้างที่อยู่ในโชซอนให้ฟังเลย เอาไว้วันหลัง คุณช่วยมาเล่าเรื่องของโดยังให้ฉันฟังบ้างได้มั้ยคะ อีกอย่างนะคะ ตอนนี้โดยังต้องยุ่งอยู่กับงานแต่งงาน ถึงเป็นเพื่อให้นสนิท แต่ก็หวังว่าคุณพยายามไม่มาพบกันจะดีมากกว่านะคะ เพราะเราคงยุ่งอยู่กับการเตรียมงานน่ะ” นาโฮโกะพูดกีดกันทันที

“ฉันเข้าใจค่ะ” ซ๊อกรันพอจะเข้าใจความหมายของนาโอโกะ ที่นัดเจอคุณวันนี้

มีคนไข้ด่วนที่คิดฆ่าตัวตายมาที่เจจุงวอน “นางฆ่าตัวตายเพราะถูกสามีรังแก คนในหมู่บ้านเลยช่วยกันพามาที่นี่ แต่นางกลืนอะไรลงไปก็ไม่ยอมบอก ทำไงดีล่ะ?” ซึงยอนบอก

ซ๊อกรันหันไปคุยกับคนไข้ “ขอโทษค่ะ ท่านกลืนอะไรลงไป บอกพวกผ่านาเถอะบอกเรามาเถอะจะได้รักษาได้ทัน ถ้ามันไม่อันตราย ก็ให้กินยาถ่ายออกมาได้ แต่ถ้าเป็นอะไรที่อันตราย ก็ต้องรีบผ่าตัดนะคะ”

“นางทำงานเย็บผ้า ฉันกลัวว่านางจะกลืนพวกเข็มอะไรลงไปน่ะ” แอลเจลล่าพูดเป็นภาษาอังกฤษ ซ๊อกรันหันไปถามอีกที “ท่านกลืนเข็มลงไปใช่มั้ยคะ บอกเถอะว่ากินอะไรลงไป เป็นอะไรคะ เป็นยังไงบ้าง?”

คนไข้ไม่ยอมพูด เอาแต่กระอักกระอ่วนปวดท้อง ซึงยอนร้อนใจมาก “ซ๊อกรัน นางเป็นอะไรเนี่ย?”

ซ๊อกรันดูอาการพื้นฐานและสันนิษฐาน “น่าจะมีอะไรติดที่ลำไส้ ไม่รู้ว่านางกินอะไรเข้าไป มันคงจะเข้าไปติดอยู่ข้างใน”

“ถ้างั้นก็รีบผ่าตัดเอาออกมาสิ” ซึงยอนบอก

“เราไม่รู้ว่ากลืนอะไรลงไปแล้วอุดตันตรงไหน เราทำอะไรไม่ได้เลย”

“จะทำยังไงถึงจะรู้ได้ล่ะ?”

ซ๊อกรันครุ่นคิด “ถ้ามีเครื่องฉายเอกซเรย์ก็คงดี”

“งั้นก็รีบไปจัดการเลยสิ ไปที่ไหน ไปที่ร้านถ่ายรูปได้รึเปล่าหะ?”

“ไม่ใช่ เครื่องฉายเอกซเรย์มีแต่ที่โรงพยาบาลฮันซองเท่านั้น”

“โรงพยาบาลฮันซอง?”

แม้จะรับปากว่าจะไม่เจอและติดต่อกับโดยังอีก แต่ซ๊อกรันก็จำเป็นต้องขอรับการช่วยเหลือจากโดยัง โดยพาคนไข้ไปเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลฮันซอง

“มีอะไรอะไรบางอย่างเข้าไปอุดตันอยู่ที่ลำไส้เล็ก อะไรน่ะ”

“ข้าก็ดูไม่ออก”

“มันคือ กระดุมน่ะ”

“กระดุมเหรอคะ” ซ๊อกรันอุทานอย่างตกอกตกใจ

“เราต่างต้องแต่งงาน ทั้งที่ยังไม่เคยได้เห็นหน้ากัน สามีข้า ฮือ.. เค้ารังเกียจปากข้า จึงด่าข้า และก็ทุบตีข้า ข้าก็พยายามอดทนแล้ว” คนไข้ร้องไห้ เริ่มปากเปิดถึงสาเหตุ

“ยอมให้เราผ่าตัดนะคะ มีชีวิตต่อไป”

“แค่ท่านยอมให้ผ่าตัดก็พอ” โดยังพยายามเกลี้ยกล่อม “นาโอโกะ เตรียมการผ่าตัดให้ที”

คนไข้พอรู้ว่าจำเป็นต้องผ่าตัดก็กลัว “ไม่ผ่า ให้ข้าตายไปเถอะ เพราะข้าอยากตายมากกว่า”

“ทำแบบนั้นไม่ได้”

“ปากของท่าน ก็ผ่าตัดได้นะคะ” ซ๊อกรันบอก

“หา?” คนไข้อุทานสะดุ้ง แปลกใจ

“ปาก.. จะผ่าตัดให้สวยก็ได้นะคะ” ซ๊อกรันหว่านล้อม

“จริงเหรอ จริงเหรอคะ?”

โดยังรีบเสริม “อืม ถูกต้องแล้วครับ เราจะผ่าเอากระดุมในท้องท่านออกมาก่อน แล้วค่อยผ่าตัดปากให้อีกทีในวันหลังนะ”

“จริงเหรอ จริงใช่มั้ย งั้นก็ได้ ช่วยทำให้ข้าที ปวดจะตายอยู่แล้ว” คนไข้เริ่มคล้อยตาม

“ข้า..ขอดูท่านผ่าตัดด้วยได้มั้ย ข้าไม่เคยผ่าตัดลำไส้อุดตัน” ซ๊อกรันถามโดยัง แต่นาโอโกะรีบห้าม เพราะไม่อยากให้ทั้งสองใกล้ชิดกัน “คุณยูซ๊อกรันคะ แต่นั่นเป็นการผิดกฎนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอก เผ่านาเถอะ” โดยังอนุญาต สร้างความไม่พอใจให้กับนาโอโกะเป็นอย่างมาก “เบ๊กโดยังคะ ถ้าท่านผอ.รู้จะทำยังไง”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่เข้าไปก็ได้”

“ไม่เป็นไร เผ่านาเถอะ เดี๋ยวข้าจะสอนวิธีผ่าให้เจ้าเอง นาโอโกะ คุณช่วยไปเตรียมชุดกาวน์ให้คุณด้วยนะ อย่าไปใส่ใจเลยน่า เราไม่ได้เข้าห้องผ่าตัดด้วยกันนานแล้วนะ”

ฮวางจองรู้ว่าซ๊อกรันอยู่ที่โรงพยาบาลฮันซองจึงมาหา และเจอกับวาตานาเบ้ “หมอยูซ๊อกรันอยู่ที่นี่ใช่มั้ยครับ?”

“แพทย์ยูซ๊อกรัน เอ่อ อยู่ อยู่ที่นี่แหละ ตอนนี้แพทย์ยูกำลังเรียนวิธีผ่าตัดลำไส้อุดตันกับแพทย์เบ๊กอยู่น่ะ เอ้อ อย่าทำอย่างงี้ดียิ่งกว่า กว่าจะผ่าตัดเสร็จ คุณไปดื่มชากับผมดีมากยิ่งกว่ามั้ย ผมมีเรื่องต้องการจะคุยกับคุณ”

“คุยตรงนี้ก็ได้ครับ”

“อืม คือผมถูกกล่าวร้ายนะ ผมไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เกิดกับอียงอิกเลย คุณสนิทกับใต้เท้าอียงอิกนี่นา คุณช่วยไปพูดกับใต้เท้าให้ผมทีนะ” วาตานาเบ้พยายามแก้ตัว

“ถ้าเป็นเรื่องนี้คุณไปพูดเองเถอะ”

“แต่ ตอนนี้การผ่าตัดคงใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ”

ฮวางจองเดินมาที่ห้องผ่าตัด และเห็นซ๊อกรันกำลังคุยกับโดยังอย่างสนิทสนม ภายหลังที่โดยังช่วยแนะนำเรื่องการผ่าตัดลำไส้ให้กับซ๊อกรัน

“ตอนแรกต้องการจะสอนเจ้าผ่าตัดปากแหว่งด้วย แต่กลัวว่าคนไข้จะเสียเลือดมากเกิน จึงยังไม่ได้ทำ”

“ค่ะ ถ้างั้นหาเวลาให้นางไปผ่าตัดที่เจจุงวอนก็ได้ หรือเปล่าก็ที่โรงพยาบาลโบกูก็ได้ค่ะ”

“อืม อย่างนั้นก็ไม่เลวนะ ถึงยังไงวันนี้ก็ดีใจที่ ได้เห็นเจ้าเย็บแผล ความสามารถเจ้าทั้งประณีตและก็นิ่งมาก”

“คุณชายเป็นเหมือนที่หมอฮวางพูดเลย ทั้งรวดเร็วและจากนั้นก็แม่นยำ อย่างกับว่ากำลังเพลิดเพลินไปกับการผ่าตัด”

“รู้ในสิ่งนั้น ไม่สู้รักในสิ่งนั้น”

“รักในสิ่งนั้น ไม่สู้แฮปปี้กับมัน” ซ๊อกรันต่อให้ “ได้ยินคุณนาโอโกะบอกว่า พวกท่านกำลังจะแต่งงานกันเหรอคะ?”

“นาโอโกะเหรอ?” โดยังหน้าเสีย

“คุณว่าจะจัดงานที่โชซอนกับญี่ปุ่น ใกล้ควรต้องไปแล้วใช่มั้ย แม้กระนั้นงานแต่งที่โชซอน ข้ากับแพทย์ฮวางต้องไปแน่ ยินดีด้วยนะคะ อีกอย่างนึง อย่าเข้าใกล้ผ่านากเกินไปเลย เดี๋ยวคุณนาโอโกะจะหึงเอา”

ซ๊อกรันยิ้ม ๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่โดยังรู้สึกไม่ชอบใจนาโอโกะเป็นอย่างมาก

“ลำไส้อุดตัน ไม่จำเป็นต้องมาเอกซเรย์ก็ได้นี่นา” ฮวางจองไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นซ๊อกรันใกล้ชิดกับโดยัง

“แต่ข้าว่ามันจำเป็นนะ” ซ๊อกรันบอก

“พระราชาไม่อนุญาตให้เรามาที่โรงพยาบาลฮันซอง ถ้าพระองค์ทรงทราบเรื่องนี้เข้า คงจะไม่ดีนัก”

“แพทย์ฮวางจอง เมื่อกี้คนไข้กลืนกระดุมเข้าไปนะ และไม่ยอมบอกว่ากลืนอะไรไป จนกระทั่งมีอาการลำไส้อุดตัน ถ้าไม่ใช้เครื่องเอกซเรย์ก็ไม่มีทางรู้ว่าคืออะไร?” ซ๊อกรันเสียงแข็ง ไม่พอใจ “เรื่องพวกนี้ข้าต้องคอยรายงานท่านทุกเรื่องรึไง?”

ฮวางจองดูงอน ๆ “ก็นั่นสิ”

“หรือว่าท่านกำลังหึง” ซ๊อกรันอมยิ้ม “ก็ที่ข้าผ่าตัดร่วมกับคุณชายเบ๊ก ท่านหึงข้าจึงจงใจหาเรื่องใช่มั้ย?”

“ฮะ ๆ ๆ เฮ้อ ไม่ใช่สักหน่อย หือ?” ฮวางจองทำหัวเราะกลบเกลื่อน “แม้กระนั้นเมื่อกี้ เอ่อ ข้าเห็นพวกท่านสองคนใกล้ชิดกัน แถมยังหัวเราะร่า หืม เอ่อ ข้าจึงโกรธ” ฮวางจองยอมรับ

“เหอะ ฮะ ๆ ๆ ๆ นี่แน่ะ” ซ๊อกรันตีแขนฮวางจอง เขิน ๆ

ฮวางจองต้องผ่าตัดให้กับหญิงปากแหว่ง แต่เป็นวันเดียวกับที่พระเจ้าโกจงเสด็จกลับวังหลวง และให้คนมาตามฮวางจองไปเข้าเฝ้า

“รอให้ผ่าตัดเสร็จก่อนไม่ได้เหรอ?” ซ๊อกรันถาม

“เค้าบอกว่าให้เร็วหน่อย แถมส่งรถลากมารับแล้วด้วย”

“ถึงยังไงก็คงต้องไปดูหน่อย ไม่ทราบว่าข้าขอเลื่อนไปเป็นผ่าตัดพรุ่งนี้ได้มั้ยครับ?” ฮวางจองถาม

“ไม่ได้ค่ะ ข้าต้องโกหกสามีกว่าจะออกมาได้ พรุ่งนี้คงมาไม่ได้แล้ว” หญิงปากแหว่งบอก

“จะทำยังไงดีคะ” ซ๊อกรันถามความเห็นฮวางจอง

“หมอที่สามารถผ่าตัดโรคปากแหว่งได้มีหลายๆคน ถ้าอย่างนั้น ลองอ้อนวอนไปโรงพยาบาลอื่นดูมั้ย พอข้าไปแล้ว ท่านช่วยติดต่อให้ทีนะ” ฮวางจองบอกซ๊อกรัน

“เอาอย่างนั้นก็ได้” ซ๊อกรันพยักหน้า ความคิดว่ามีฮวางจองเป็นห่วงพระราชา จนละเลยคนไข้อื่น

นาโอโกะมากดดันโดยังให้รีบไปญี่ปุ่น เพื่อให้เตรียมตัวเรื่องการแต่งงาน โดยังเห็นหนังสือที่อ้อนวอนจากเจจุงวอนให้ช่วยผ่าตัดหญิงปากแหว่ง โดยังจึงตัดสินใจไปช่วยผ่าตัดทันที เพราะต้องการเลี่ยงที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น

ด้านฮวางจองมาเข้าเฝ้าพระราชา “เรียกกระหม่อมด้วยเรื่องอะไรพ่ะย่ะค่ะ?”

“ข้าแค่ต้องการจะให้เจ้ากลับเข้าวังไปพร้อมกับข้า พอกลับไปถึงวังหลวง ข้าจะสถาปนาโชซอนเป็นจักรวรรดิเกาหลี รัชผู้สืบสกุล เรารีบกลับกันเถอะ พอตัดสินใจแล้ว ก็ต้องการจะรีบกลับไปเร็ว ๆ”

“พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ เมื่อคืนลูกก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเหมือนกัน”

“ฝ่าบาท กระหม่อมยูฮีซูพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมพาช่างที่จะตัดเย็บชุดมังกร…มาพร้อมกันด้วยแล้วพ่ะย่ะค่ะ แพทย์ฮวาง เป็นอะไรรึเปล่าหะ?” ยูฮีซูหันไปถามฮวางจองเมื่อเห็นท่าทางไม่สบายใจ

“ไม่มีอะไรครับ กระหม่อม มีเรื่องต้องการจะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ”

“ว่ามาสิ”

“พระอาญาไม่พ้นเกล้า ตอนนี้กระหม่อมมี คนไข้ที่รอผ่าตัดอยู่ที่เจจุงวอนพ่ะย่ะค่ะ ถ้าฝ่าบาทจะทรงประทานอนุญาต กระหม่อมต้องการจะกลับไปผ่าตัดพ่ะย่ะค่ะ”

ขันทีโอตวาดเสียงแข็ง “นี่ แพทย์ฮวางจอง ต่อหน้าพระพักตร์ท่านพูดจาที่อาจเอื้อมแบบงี้ได้ยังไงกันหา ฝ่าบาท ถือซะว่าทรงไม่ได้ยินด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

พระเจ้าโกจงยิ้ม เข้าพระทัย “ไม่เป็นไร เจ้ากลับไปรักษาคนไข้ที่โรงพยาบาลเจจุงวอนก่อนเถอะนะ”

“ฝ่าบาท เป็นพระมหากรุณาธิคุณพ่ะย่ะค่ะ” ฮวางจองดีใจมาก

Flight (ฝ่าวิกฤตเที่ยวบินระทึก)

เรื่องย่อ
วิป วิทเทเกอร์ นักบินคนที่แปลงเป็นฮีโร่ในหายนะเรือบินตก เพราะเขาสามารถนำเครื่องลงจอดได้
ด้วยการช่วยชีวิตผู้โดยสารได้เกือบทั้งลำ แต่การสืบสวนหาสาเหตุของเรือบินตกนั้น
กลับมีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องถูกซักถาม เกิดอะไรขึ้นกับเรือบินลำนี้กันแน่
และเขาคือ ฮีโร่จริงๆอย่างนั้นหรือ?

สัมผัสส่วนตัวโดยรวม

ก่อนดู  =>  เป็นหนังที่ติดสัญญาไว้กับตัวเองว่าจะดูตั้งแต่วันแรกที่เข้าโรง
แต่ปรากฏว่า หนังเรื่องนี้ถูกฉายแค่เพียงบางโรงแค่นั้นและแต่ละโรงก็ดูเหมือนว่าจะไกล
เกินความถนัดเราจริงๆ เลยต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากเมเจอร์มาเป็นเอสเอฟแทน
ซึ่งคราวนี้เป็นการซื้อตั๋วแบบออนไลน์ สะดวกสุดๆ แถมได้ใช้แต้มแลกป๊อปคอร์นฟรีอีกด้วย ฟินเลย!

ขณะดู  =>  อาจเป็นเพราะอาการปวดกล้ามเนื้อกำเริบอีกแล้ว ทำให้รู้สึกตึงในสมองแปลกๆ
เลยทำให้กลัวนิดๆ ว่าหนังจะยิ่งทำให้ปวดหัวมากกว่าเดิมหรือเปล่านะ

พูดได้ว่าผิดคาดเลยทีเดียว เพราะถึงหนังจะเป็นดราม่าชวนคิดมากในช่วงท้ายๆ
แต่ก็มีช่วงแรกของหนังที่ทำให้เสียวระทึกอย่างกับกำลังดูหนังสยองขวัญก็ไม่ปาน
ทำให้ลืมตัวไปเลยว่ากำลังปวดหัวอยู่ แถมแม่สาวฝรั่งคนด้านข้าง
นางสะดุ้ง "Oops!" สะดุ้ง "Shit!" เป็นว่าเล่นทำให้เราตื่นตัวไปด้วยตลอด ต้องขอบคุณคุณสินะนี่

หลังดู  => บอกตามตรงว่า "ชอบ" ไม่มีอารมณ์อื่นที่เหนือไปกว่าคำนี้แล้วจริงๆ
ถึงหนังจะติดเรทด้วยฉากอันไม่สมควรต่อผู้เยาว์ทางความคิดมากหน่อย
แต่เราก็มองว่า ผู้ใหญ่ดูได้ดูดี หรือถ้าเด็กจะดูก็ย่อมได้ดีไม่มีเสียหายแน่ๆ

ขอบคุณข้อมูลและเรื่องย่อ  Major Smiley
ขอบคุณภาพหนัง  Moviecitynews Smiley

ความลับของนางมารร้าย

เรื่องย่อ
"บุษบา" ผีเสื้อราตรีแสนสวยที่วันนึงฟ้าได้ส่งพ่อเทพบุตรนามว่า "เหนือสมุทร" เผ่านาในชีวิต
โลกนางเกือบเป็นสีชมพูแล้ว แต่ติดตรงที่กฏเหล็กของม้าป่าอย่างคุณ
ไม่อยากที่จะลงเอยและมีความรัก ทำให้โอกาสรักหลุดลอย 
ที่สุดแล้วหัวใจมันเรียกร้อง ม้าป่าเลยต้องแปลงเป็นแมวออดอ้อนทวงขอความรักคืน 

สัมผัสส่วนตัวโดยรวม

ก่อนดู  =>  เป็นการไปดูหนังแบบไม่คิดอะไรมาก เราแค่ชื่นชอบในตัวของคู่พระนางที่ดูน่ารัก
เลยลองตีตั๋วเข้าไปดู อีกอย่างมีคนบอกมาว่า "เฮ้ยแก มันก็ดีนะ" 
และแม้ว่าหนังรอมคอมไม่ใช่ทาง แต่ต้องยอมรับว่ารอมคอมหลาย ๆ เรื่องที่ผ่านมาของหนังไทย
ก็ชวนให้อยากตีตั๋วเข้าไปดูไม่น้อย

ขณะดู  =>  อย่างที่บอกว่าเราเป็นประเภทที่ไม่ค่อยถูกจริตกับรอมคอมเท่าไหร่
และไม่เชื่อหนังที่มักเล่าเรื่องของรักแรกพบเลยสักครั้ง
คราวนี้ก็เป็นอีกทีที่ทำให้เราไม่สามารถอินไปกับเนื้อเรื่องที่ดูหลวม ๆ 
เหมือนกับว่าเรากำลังดูเอ็มเพลงมากกว่าจะเป็นหนังดี ๆ สักเรื่อง 
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้หมายความจะมีคนที่แอบเซ็ง ๆ เหมือนเรา
เพราะทั้งโรงขำกันแบบ… ขำมาก ขำดังสนั่นโรงมาก อันนี้ก็เรื่องจริง!

หลังดู  => ไม่สปอยล์ว่าตอนจบคืออะไร แต่จะบอกว่าหนังทำได้ดีในตอนจบมากกว่า
อะไรจากที่ไม่ลุ้น ไม่ร่วมรู้สึก เราก็มารู้สึกในช่วง 2-5 นาทีสุดท้าย
ความฟินมันก็พอมีบ้างในช่วงจบของเรานั่นแหละ แต่ถ้าถามว่าเราได้อะไรจากเรื่องนี้มั้ย?
เราก็บอกเลยว่า "ตอบยาก" เพราะคิดไม่ออก 

แต่สุดท้ายการดูหนังสักเรื่องเราต้องได้สักหนึ่งประโยคดี ๆ เสมอ
และสำหรับรอมคอมของไทยเรื่องปัจจุบันนี้ก็คือ…

Exit ฝ่าหมอกพิษ

“Exit ฝ่าหมอกพิษ ภารกิจรัก” ภาพยนตร์ที่นำแสดงโดย “อิม ยุน-อา” ไอดอลดาราสาวจากวง Girl Group ระดับเอเชีย Girl Generation หรือ SNSD และ ผู้แสดงชายหนุ่มมากความสามารถ “โจ จอง-ซอก” เป็นเรื่องราวของ ยงนัม (นำแสดงโดย โจ จอง-ซอก) ชายชายหนุ่มตกงานมาหลายปี ที่มาร่วมงานฉลองวันเกิดครบรอบปีที่ 70 ของพ่อและเป็นวันรวมเครือญาติในห้องประชุมของโรงแรมแห่งหนึ่ง และในวันนั้นเขาได้พบกับ อึยจู หญิงสาวที่เขาแอบรักซึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่เดียวกันที่ได้ทำงานอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ ในช่วงเวลานั้นเองก็มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น!จู่ๆ ก็มีก๊าซพิษลึกลับแพร่กระจายไปทั่วเมือง

 ตัวอย่างหนัง Exit ฝ่าหมอกพิษ ภารกิจรัก

หนังเกาหลีที่หน้าหนังดูเหมือนแนวรักตลกเบาสมองไม่มีอะไร แต่เนื้อในกลับอัดแน่นด้วยคุณภาพคับแก้วทุกด้าน! นี่เป็นหนึ่งในหนังนอกกระแสประจำอาทิตย์ที่หน้าหนังดูโนเนมเหมาะไว้คั่นเวลา แต่แล้วกลับพบว่าเปลี่ยนเป็นหนังดีมากๆ ประทับใจสุดๆ จนต้องบอกกันตั้งแต่ตอนแรกไม่ต้องรอสรุปเลยว่า ห้ามพลาดครับ! และไม่ต้องอ่านเนื้อหารีวิวต่อเลยก็ได้ครับ ผู้เขียนการันตีว่านี่เป็นหนังที่ใครๆ ได้ดูก็ต้องรู้สึกแบบเดียวกันว่า หนังสนุก ครบรส เบิกบาน พร้อมด้วยความอบอุ่นในเนื้อหา น้ำตาแอบมีไหลรินได้ง่ายๆ เลย ต้องกราบ Lee Sang-Geun ผู้เขียนบทและผู้กำกับเรื่องนี้เลยว่า นี่เป็นการยำหนังหลายแนวเข้าด้วยกันแบบขั้นเทพ! แถมนี่ยังเป็นผลงานหนังโรงเรื่องแรกของเขาอีกด้วย!

Lee Sang-Geun ผู้เขียนบทและผู้กำกับ
Lee Sang-Geun ผู้เขียนบทและผู้กำกับ EXIT ผลงานชิ้นแรกของเขาที่เกินความคาดหมายมากๆ
เริ่มจากหน้าหนังที่ว่าดูเหมือนหนังจะเน้นแค่ตลก พอดูมันก็ตลกจริงๆ ครับ แต่ไม่ใช่หนังตลกแบบที่ตั้งอกตั้งใจให้ตลก แต่เป็นตลกธรรมชาติลื่นไหลไปกับสภาวะเอาตัวรอดในเรื่อง ที่แบบคิดได้ยังไงในแต่ละมุก อย่างการเอาเครื่องเสียงคาราโอเกะมาตั้งวงร้องเพลงเรียกให้ฮอลิคอปเตอร์ช่วยเหลือหันมาสนใจ มุกอะไรแบบงี้แหละครับที่หนังเรื่องนี้มีใส่ไว้ตลอดทางที่ต้องฟันฝ่าภารกิจหนีจากแก๊ซพิษนี้ให้ได้  ซึ่งหนังทำได้ดีและเป็นธรรมชาติมากๆ ไม่มีความรู้สึกจงใจหรือฝืนจะให้ตลก บอกเลยขำทุกมุกครับ แค่มากหรือน้อยต่างกันไปเพียงแค่นั้นซึ่งพระเอกจอง-ซอกกับยุน-อา ที่เล่นเป็นดาราดังทั้งคู่ก็แสดงให้ดีไม่มีที่ติ แต่คงจะขำกับพระเอกมากที่สุดเพราะหน้าตาพี่แกช่างละม้ายเหมือนโจ๊กโซคูลจริงๆ ขนาดเสียงพากษ์ไทยยังล้อเลียนในตอนแรกเลยว่าหน้าเหมือนกัน ผมดูพากษ์ไทยเพราะรอบเสียงเกาหลีไม่มี แต่ไม่มีปัญหากับเสียงพากษ์ในเรื่องนี้ มีออกสมุทรบ้างในตอนต้นเรื่อง แต่พอเนื้อหาหนังจริงๆ ไม่มีหลุดโทนเลย พากษ์ได้ดีครับ (หนังมีซับ ENG ประกอบ) ซึ่งถ้ามีโอกาสอาจจะไปดูซ้ำเสียงเกาหลีก็ได้ครับ หนังมีความเอนเตอร์เทรนสูงมากแบบที่ดูซ้ำก็น่าจะยังสนุกได้อยู่ดี

โจ จอง-ซอก
อาชีพพระเอกคือ ตกงาน นอนกินไปวันๆ
นอกจากหนังตลกได้ตามความคาดหมายแล้ว หน้าหนังคือแนวเอาชีวิตรอดด้วย ซึ่งก่อนดูก็คิดว่าคงแค่ทำมางั้นๆ เพราะนี่มันหนังตลกชัดๆ แต่ผิดคาดเลย หนังเปิดข้อความสำคัญแก๊ซพิษได้อย่างสมจริง ซึ่งขอสปอยล์ไปเลยละกันนะครับว่ามาจากไหน แก๊ซพิษมาจากการก่อการร้ายครับ ซึ่งมีเหตุแรงจูงใจที่มาโอเคเลย แม้จะไม่ได้ลึกมากอะไรเพราะหนังต้องการโฟกัสไปที่การเอาชีวิตรอดของพระเอกนางเอกเป็นหลักมากกว่า แต่หนังก็เปิดให้เห็นความโกลาหลวุ่นวาย การหนีตายจากมฤตยูที่ไม่คาดคิดได้ดีมากๆ อาจจะไม่แหวะ แต่ก็น่ากลัวไม่เบา ซึ่งถ้าหนังต้องการขายตรงนี้มากขึ้นก็คงทำได้ แต่จุดประสงค์ของเรื่องคือการเอาชีวิตรอดของตัวเอกแค่นั้นหนังจึงไม่ได้ไปโฟกัสไปที่ตรงนี้นัก แต่ก็เป็นตอนๆที่ระทึกและมีระดับเลเวลของแก๊ซมาเป็นจุดบีบให้ตัวเอกต้องเอาชีวิตรอดหนีไปเรื่อยๆ ดูจนหนังเปลี่ยนเป็นแนว แอ็กชั่นฟรีรันนิ่ง+ไต่ตึก ได้อย่างสนุก ระทึก และมันส์ไม่เบาเลย ซึ่งหนังก็ไม่ได้รีรอที่จะขายจุดนี้ทีหลังด้วย เรียกว่าใช้เวลาแป๊บเดียวก็เข้าเรื่อง แถมเปิดซีนพระเอกปีนตึกเท่ๆ หวาดเสียวแบบคนดูยังลุ้นเกร็งเยี่ยวเหนียวกันไปเลย ซึ่งหนังก็ทำออกมาได้สมจริงมากๆ รวมทั้งมีหลักตรกะการปีนอะไรที่เป็นได้มารองรับตลอดเรื่อง เนื่องจากว่าต้นเรื่องปูพื้นไว้ว่าพระเอกเล่นกีฬาปีนหน้าผาจำลอง เพื่อให้ตามใกล้ชิดนางเอกที่อกหักเขาสมัยเรียน ซึ่งนางเอกก็เก่งด้านนี้เช่นกัน แต่ฉากปีนของยุน-อา จะน้อยกว่ามาก อันนี้เข้าใจได้ครับ หนังยังเล่นเทคโนโลยีใหม่ๆ เผ่านาเสริมให้เรื่องตรงนี้สนุกขึ้นไปอีกด้วยการให้มีโดรนถ่ายทอดสดตามติดชีวิตของทั้งคู่ ทำให้เรื่องแปลงเป็นมีผู้ชมทั้งประเทศเอาใจช่วย ประกอบด้วยดนตรีประกอบมันส์ๆ ระหว่างฟรีรันนิ่งอีก แปลงเป็นว่านี่คือส่วนที่หนังอัดแน่นมามากกว่าหน้าหนังตลกซะอีกครับ

รีวิว Exit 
สายใยความข้องเกี่ยวครอบครัวที่เป็น 1 ในเรื่องที่ทรงพลังจนไม่คิดว่าหน้าหนังรักตลกแบบงี้จะใส่เผ่านา แต่แปลงเป็นว่านี่เป็นส่วนที่แทบเรียกน้ำตามากที่สุดในเรื่องแล้วครับ -รีวิว Exit ฝ่าหมอกพิษ ภารกิจรัก
อีกส่วนที่เสริมเผ่านาในเรื่องได้ด้อย่างน่าประทับใจคือ “ความข้องเกี่ยวครอบครัว” ซึ่งหนังวางบทให้บ้านพระเอกเป็นครอบครัวใหญ่ จัดงานฉลองครบรอบ 70 ปีของพ่อผู้อาวุโสสุดในพี่น้อง จึงแปลงเป็นงานรวมพี่น้องไปในตัว พระเอกที่ตกงานก็เหมือนเป็นไอ้ขี้แพ้ในสายตาพี่น้องๆ หนังเล่นใจความสำคัญของความห่วงใยพ่อแม่พี่น้องพี่น้องๆ จากที่บางทีไม่ถูกหน้ากัน หรือมีข่มกันทางฐานะ แต่พอเกิดภัยพิบัติแบบงี้ขึ้นมา พวกเขาก็ได้รู้ว่าทุกคนห่วงใยกัน ช่วยเหลือกันได้มากเพียงใด โดยไม่ได้รู้สึกฝืน เหมือนที่เขาบอกว่ามนุษย์เราจะเห็นค่ากันก็ต่อเมื่อเสียอีกข้างไป พระเอกที่มีพี่สาวขี้บ่นจุกจิกกับชีวิตมาตลอด ก็ได้มารู้ว่าเมื่อเวลาที่พี่สาวบาดเจ็บขึ้นมา แถมยังห่วงเรียกเขา นั่นคือความรักที่แท้จริงที่เขามองผ่านไปในเวลาใช้ชีวิตจริง หรือแม้แต่การที่ไม่ได้ให้แม่ขี่หลังในงานเลี้ยงเพราะดูน่าขายหน้า พอพบหน้าแม่อีกรอบแทนที่จะกอดกัน แต่เขากลับขอให้แม่ขึ้นขี่หลังพาวิ่งไปด้วยความสุขเหมือนเด็กๆ หนังใช้ความประพฤติปฏิบัติจริงส่งใจออกไปหากันได้อย่างประทับใจกว่าคำพูดใดๆก็ตานี่เป็นหนังครอบครัวอย่างแท้จริงครับ! ใครมีครอบครัวดูหนังแล้วไม่เสียน้ำตานี่ต้องใจแข็งมากๆ!

รีวิว Exit ฝ่าหมอกพิษ ภารกิจรัก บอกเลยห้ามพลาด! 1ส่วนสุดท้ายในโหมดหนังรัก นี่เป็นหนังรักที่ไม่ได้พยายามทำให้รักแบบเลี่ยน ตามสูตรหนังเกาหลี หรือจงใจให้รักกันได้เลย หนังแทบจะไม่ได้ทำให้เราคิดตรงนี้มากนัก แถมพระเอกยังโกหกนางเอกอีกว่าตัวเองมีตำแหน่งใหญ่โต เพื่อให้หวังให้สาวคนรักไม่ได้ดูถูกว่าตัวเองขี้แพ้ ซึ่งบทของนางเอกคือรองผู้จัดการโรงแรม ที่ไปไกลกว่าที่พระเอกจะเอื้อมไปถึงได้ง่ายๆ จากที่ตอนเรียนเคยบอกรักและถูกปฏิเสธมาก่อนแล้ว หนังให้พระเอกรักฝังใจคนเดียวมาตลอดไม่เปลี่ยน ซึ่งทุกการตัดสินในใจเรื่องก็คิดหาทางให้รอดกันไปให้ได้ในแบบที่สมเหตุผล ไม่ได้คิดว่าทำเพื่อให้หวังให้นางเอกรัก คนดูก็คงรู้สึกได้ว่าความรักในเรื่องไม่ได้โรแมนติคแบบหน้าหนังสีชมพูเลย เพราะทั้งเรื่องคือการเอาชีวิตรอดตลอดเวลา ซึ่งหนังฉลาดที่ไม่จงใจใส่ซีนยัดเยียดอะไรอย่างงี้ลงไป แล้วไปตบปิดท้ายเบาๆ แต่น่ารักในแบบที่คนดูก็คงยิ้มแก้มปริไปกับความรักของทั้งคู่ได้เช่นกัน

รีวิว Exit ฝ่าหมอกพิษ ภารกิจรัก บอกเลยห้ามพลาด! 2อ่านมาถึงตรงนี้แล้วคงไม่ต้องสรุปอะไร เพราะบอกไปแต่แรกแล้วว่าห้ามพลาดครับ Exit ฝ่าหมอกพิษ ภารกิจรัก นี่คือหนังน่ารักน่าเอ็นดูสดใส ลุ้นระทึก อบอุ่น ผสมปนเปหัวเราะร่าน้ำตารินไปได้ตลอดทั้งเรื่อง ไม่แปลกใจที่ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงขึ้นชั้น 1 เกาหลีทำเงินถล่มทลาย แต่บ้านเรากลับน้อยโรงจนน่าแปลกใจจริงๆ ครับ ดูเถอะเป็นไม่กี่เรื่องที่ผมกล้าการันตีว่าดีกับทุกกลุ่มผู้ชมจริงๆ ครับ แต่ขอให้ดูจนถึงเอนด์เครดิตเฉลยความลับสุดท้ายด้วยนะครับ ไม่งั้นคุณอาจจะคาใจกับบางสิ่งได้ครับ

The Knight Before Christmas

อีกหนึ่งหนังรักวันคริสต์มาสของ Netflix ที่เผ่านาเยอะเหลือเกิน หนังกล่าวถึงพล็อตเชยๆ ผ่านเวลามาพบรัก ซึ่งเมื่อดูแล้วหลังจากนั้นก็พบว่าหนังเดินตามสูตรตรงแหน่ว ออกแนวหนังน้ำเน่าละครหลังข่าวบ้านเราแบบนั้นเลย แม้กระนั้นบางทีอะไรที่มันง่ายๆ เน่าๆ เบาๆ อย่างงี้ก็ดูได้เพลินๆ เหมาะแก่การเปิดรับชมกับครอบครัว หรือคู้รักเปิดดูด้วยกันก็เหมาะดีเหมือนกัน

แม้ว่าพล็อตหนังจะน้ำเน่ามาก แต่เนื้อในหนังก็ไม่ได้เลวร้ายหรือแย่เกินทนอะไร หนังเดินเรื่องราบเรียบเดาได้หมดจนจบ แต่ในความราบเรียบก็ดูไปยิ้มไปกับความเปิ่นของเรื่องนี้ได้เหมือนกัน ซึ่งแน่ๆว่าความเปิ่นนั่นมาจากการที่พระเอกเป็นอัศวินยุคกลางที่ผ่านเวลามาจากเวทย์มนต์ของหญิงชราในป่าลึกลับ ซึ่งบอกใบ้เขาว่าต้องทำภารกิจให้สำเร็จให้ทันก่อนเที่ยงคืนวันคริสต์อีฟ โดยไม่บอกว่าคืออะไร? เมื่อมาเจอกับโลกยุคปัจจุบันก็ยังติดใช้ศัพท์เชยๆ จากยุคกลาง จนทำให้คนคิดว่าเขาสติไม่ดี แม้แต่นางเอกก็ด้วย แต่คุณก็เล่นตามน้ำสมมุติเออออกับพระเอกไปตามเรื่องราวเพื่อให้ชดเชยความผิดที่ขับรถชนเขา ซึ่งความสนุกของเรื่องคือการที่พระเอกได้มาเจออุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ ในยุคนี้ ซึ่งเรื่องอื่นแนวนี้อาจจะยังเป็นของทั่วไป แต่กับเรื่องนี้หนังหยิบจับอะไรที่ไฮเทคจริงๆ อย่างที่บ้านเรายังไม่ค่อยได้ใช้กันเลยอย่าง Amazon Alexa ลำโพงอัจฉริยะที่สั่งการด้วยเสียงใช้้เปิดเพลงในบ้าน หรือ “มุกกล่องวิเศษ” ซึ่งก็คือสมาร์ททีวีที่ดู Netflix ได้ หนังเอาความจริงของคนดูเน็ตฟลิกซ์มาล้อได้อย่างขำขันน่ารักน่าเอ็นดูเมื่ออัศวินยุคกลางติดเน็ตฟลิกซ์งอมแงมโต้รุ่งกับนางเอก แบบไหนว่าตอนเดียวไง:) ซึ่งหนังใส่มาเต็มๆ หลากฉากเอาซะฮา แต่นอกเหนือจากพวกมุกใช้อุปกรณ์ไฮเทคผิดที่ผิดทางแล้ว มุกตลกทั่วไปก็ไม่เท่าไหร่ อาจจะเพราะมีหนังแนวนี้ออกมาเยอะและเลยเฉยๆ แต่ก็อย่างที่บอกไปหนังดูง่ายๆ เบาๆ พระเอกหล่อเปิ่นน่ารักน่าเอ็นดูมีฉากโชว์ซิกแพ็ค ถ้าสาวๆ ดูก็คงถูกใจกว่าผู้ชายอย่างผมดูแน่ๆครับ

The Knight Before Christmas

หนังได้ Vanessa Hudgens นางเอกหนังโรงมาเล่น ซึ่งก็ดูกับบทครูสาวใจบุญนิสัยดี ส่วนพระเอกก็ได้ดาราที่ยังโนเนม Josh Whitehouse  แต่ก็เล่นได้ดีดูเปิ่นน่ารักหล่อครบสูตร ซึ่งเห็นมีแฟนคลับที่ต่างประเทศอยู่เหมือนกัน ไม่แน่ว่าสาวๆ ดูหนังเรื่องนี้แล้วอาจจะไปสมัครเป็นแฟนคลับเขาเพิ่มได้ก็ได้ เพราะหล่อจริงและยังเล่นได้ดีสมหน้าที่ด้วย

หนังเล่นใจความสำคัญเรื่องนางเอกผิดหวังกับความรัก จนไม่เชื่อว่ารักแท้มีจริง ซึ่งพ่วงกับการที่ไม่เชื่อว่าพระเอกมาจากยุคกลางจริงๆ เพราะการเดินทางผ่านเวลาไม่มีจริงในความคิดของนางเอก ก่อนที่จะโดนสอนว่าคุณเชื่อเฉพาะสิ่งที่คุณรู้เท่านั้นหรือ? ซึ่งก็แปลงเป็นกระตุกให้นางเอกคิดได้ว่า รักแท้ก็เหมือนไทม์ทราเวล แค่ยังพิสูจน์ไม่ได้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอยู่จริง ซึ่งหนังก็หาทางให้เรื่องราวแฮปปี้เอนดิ้งได้ตามสูตร แม้จะดูง่ายไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรครับ

ถึงหนังจะดูสนุก เพลินๆ ชิลๆ มีตลกน่ารักกำลังดี แต่สิ่งที่หนังพลาดไปคือการเล่าเรื่องที่ยืดเยื้อตั้งแต่ช่วงกลางเรื่องไปเหมือนหนังไม่ยอมเดินหน้าไปไหน ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีเวลาจำกัดแค่ไม่กี่วันในเรื่อง แต่หนังใช้เวลาจำกัดในเรื่องได้ไม่คุ้มเท่าไหร่ ดูเนือยๆ จนตอนแรกที่สนุกๆ ทำเอาหาวตอนหลังได้เลยครับ

Dracula Netflix เคาน์ แดร็กคิวล่า VS แวนเฮลซิ่ง แบบเฉือนคม

Dracula เดิมเป็นนิยายแนวสยองขวัญ Horror แบบคลาสสิกชื่อดังของ บราห์ม สโต็ก นักเขียนชาวไอริช ซึ่งต่อมาได้มีการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์แบบขาวดำเมื่อปี 1931 ถือว่าเป็นการเริ่มการสร้างตำนานความสยองขวัญอันลือลั่นของแดร็กคิวล่าบนสื่อเพลิดเพลินนัดแรก แล้วก็มีนักสร้างหนังและนักเขียนที่ดัดแปลง ต่อยอด เรื่องราวของแดร็กคิวล่าออกไปตามสื่อต่างๆทั่วโลก

สำหรับฉบับปัจจุบันของ Netflix ปี 2020 ที่พึ่งเข้าฉาย เป็นผลงานของทีมงานที่เคยสร้างลิมิเต็ดซีรีส์ชื่อดังอย่าง Sherlock ที่เคยฉายทางช่อง BBC มาก่อน ซึ่งก็ได้รับคำชื่นชมทั้งจากนักวิจารณ์และคนดูทั่วไปอย่างมาก มีคะแนนเฉลี่ยในเว็บ IMDb สูงกว่า 9.1

ดังนั้นการกลับมาสร้างผลงานอีกรอบของทีมสร้างชุดนี้สำหรับลิมิเต็ดซีรีส์เรื่องปัจจุบันคือ แดร็กคิวล่า กับทางช่อง BBC จึงถือว่าเป็นผลงานที่ได้รับความคาดหวังและถูกโปรโมทไว้มากพอสมควรครับ แล้วปัจจุบันก็เข้าฉายครบทั้ง 3 ตอนใน Netflix เรียบร้อย

 

Dracula Trailer Netflix ตัวอย่าง 

 

Dracula เรื่องย่อ และ ตัวละคร
เมื่อโจนาธาน ฮาร์เกอร์ ชายชายหนุ่มที่อยู่ในสภาพครึ่งคนครึ่งผี ตื่นขึ้นในสำนักนางชีแห่งหนึ่งในฮังการี เขาถูกสัมภาษณ์และสอบถามจาก แม่ชีปริศนาที่ชื่อว่า “อกาธ่า” ผู้ซึ่งมีสติปัญญาและความคิดอ่านผิดธรรมดา เป้าหมายของคุณก็คือต้องการทราบข้อมูลเรื่องที่เขาได้เผชิญหน้ากับ “เคาน์แดร็กคิวล่า” แห่งทรานซิลเวเนีย ผู้ซึ่งเป็นแวมไพร์ที่มีอำนาจลี้ลับ แล้วสิ่งที่แม่ชีอกาธ่าต้องการก็คือ แล้วเขาหนีรอดจากแดร็กคิวล่ามาได้อย่างไร นี่จึงนำไปสู่การเล่าเรื่องราวย้อนหลังทั้งหมด ไปจนถึงการเจาะลึกถึงตัวตนของแดร็กคิวล่าและตำนานแวมไพร์ในแง่มุมใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

Dracula Netflix รีวิว ตัวละคร แดร็กคิวล่า แวนเฮลซิ่ง
เคาน์แดร็กคิวล่า แวมไพร์อายุราว 500 ปี อาศัยอยู่ในปราสาทเก่าแก่ในทรานซิลเวเนีย ประเทศโรมาเนีย เป็นแวมไพร์ที่มีฤทธิ์มาก แต่เพราะเหตุว่าแทบไม่มีมนุษย์ให้ออกล่า จึงทำให้มีสภาพร่างกายที่แก่ชราและทรุดทรุดโทรมลงเรื่อยๆ เขาจึงคิดแผนพาตัวเองเดินทางไปประเทศอังกฤษ โดยเริ่มจากการใช้ทรัพย์สินที่มีเข้าซื้ออฆ่าิมทรัพย์ในอังกฤษ ทำให้โจนาธาน ฮาร์เกอร์ ซึ่งเป็นทนาย ได้ถูกส่งตัวมาจัดการเอกสาร และต้องพักอยู่ในปราสาท แดร็กคิวล่าจึงใช้เลือดและพลังชีวิตของโจนาธานเพื่อให้ฟื้นฟูพลังของตนเองกลับมา

แต่สิ่งที่แดร็กคิวล่าคาดไม่ถึงก็คือความกล้าหาญของโจนาธาน ซึ่งทำให้เขาได้ไปเผชิญหน้ากับแม่ชีปริศนาที่มีสติปัญญาล้ำเลิศ จนเปลี่ยนเป็นคู่ปรับตลอดกาล นั่นคือ อกาธ่า แวน เฮลซิ่ง

Dracula Netflix รีวิว ตัวละคร แดร็กคิวล่า แวนเฮลซิ่งอกาธ่า แวนเฮลซิ่ง

แม่ชีปริศนาที่มีสติปัญญาล้ำเลิศ คุณอาศัยอยู่ในสำนักนางชีที่ฮังการี ชอบศึกษาค้นคว้าความลับของผีดูดเลือด และสิ่งมีชีวิตจากโลกมืด คุณยังขบคิดจนศึกษาและทำการค้นพบความลับและจุดอ่อนหลายอย่างของสิ่งมีชีวิตจากโลกมืดพวกนี้ มีความกล้าหาญเกินคนทั่วไป คุณยังเป็นแม่ชีที่เสียความเชื่อต่อพระเจ้าไปพอสมควร

ในระหว่างเรื่อง คุณได้รู้ข้อมูลล้ำค่าเกี่ยวกับแวมไพร์อย่างเคาน์แดร็กคิวล่า ผ่านทางโจนาธาน แล้วยังกล้าที่จะเผชิญหน้าและสนทนากับเคาน์แดร็กคิวล่าโดยไม่หวั่นเกรง มีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ยอดเยี่ยมด้วย

 

โซอี้ แวนเฮลซิ่ง

คุณเป็นลูกหลานรุ่นหลังของ แม่ชีอกาธ่า แวนเฮลซิ่ง เป็น ดร.ที่ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องของแวมไพร์และตำนานของเคาน์แดร็กคิวล่า รวมทั้งข้อมูลที่รับรู้มาจากบรรพบุรุษของคุณ โซอี้ยังคิดแผนและเตรียมการรับมือการมาถึงของแดร็กคิวล่า รวมทั้งใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อให้เอาชนะแดร็กคิวล่าให้ได้ในตอนท้าย

 

โจนาธาน ฮาร์เกอร์

ทนายความชายหนุ่มที่ถูกส่งตัวไปทรานซิลเวเนียเพื่อให้ติดต่อธุรกรรมกับเคาน์แดร็กคิวล่า กระทั่งได้พบว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับอสุรกายจากโลกมืดที่คนธรรมดายากที่จะต่อต้านได้ แดร็กคิวล่าก็ได้ใช้โจนาธานเป็นแหล่งพลังงานชีวิตที่ทำให้ตนได้กลับมามีร่างกายชายหนุ่มแน่นอีกรอบ

โจนาธานโดยเนื้อแท้แล้วเป็นคนชายหนุ่มที่กล้าหาญ เขามีคู่หมั้นคือ มีน่า เมอร์เรย์ เมื่อได้พบว่าแดร็กคิวล่าคืออสูรร้าย จึงคิดแผนที่จะหนีออกจากปราสาท แต่ก็ต้องแลกด้วยชีวิตของตนเอง

 

มีน่า เมอร์เรย์

คู่หมั้นสาวสวยของโจนาธาน คุณพบว่าโจนาธานหายตัวไปอย่างลึกลับหลังจากเขาเดินทางไปที่ปราสาทของเคาน์แดร็กคิวล่า ต่อมาจึงออกตามหาเขาจนถึงฮังการี คุณได้รับความช่วยเหลือจากแม่ชีอกาธ่า รวมทั้งได้เผชิญหน้ากับแดร็กคิวล่า

 

ดร.แจ็ค ซีวาร์ด

ชายชายหนุ่มที่เป็นลูกศิษย์ของโซอี้ แวนเฮลซิ่ง เขาแอบหลังรักลูซี่ข้างเดียว เป็นอีกหนึ่งคนที่รู้เรื่องราวของแดร็กคิวล่า และต้องร่วมมือกับโซอี้เพื่อให้จัดการอีกข้างด้วย

 

ลูซี่ เวสเทนร่า

เด็กสาวสังคมที่มีเสน่ห์ หว่านเสน่ห์ให้กับผู้คนอย่างมาก และได้พบกับเคาน์แดร็กคิวล่า คุณเป็นคนแรกที่ถูกแดร็กคิวล่าทำให้แปลงเป็นเจ้าสาวเมื่อเขามาอยู่ในอังกฤษและโลกยุคใหม่

 

Dracula ต้นฉบับเดิม vs เวอร์ชั่น Netflix แตกต่างกันตรงไหนบ้าง
มีความแตกต่างกันเพียบเลยครับ แต่ก็แน่ๆว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะซีรีส์ Dracula ของ Netflix ชุดนี้ มีการดัดแปลงและตีความอะไรหลายอย่างให้แตกต่างจากนิยายต้นฉบับคลาสสิก รวมทั้งมีการนำเสนอเรื่องราวให้ต่างจากภาพยนตร์ปี 1931 และปี 1992 ที่เคยนำมารีเมคปัจจุบันด้วย

สำหรับซีรีส์ชุดปัจจุบันที่ได้ดัดแปลงเรื่องให้แตกต่างไปจากต้นฉบับนั้น ก็มีการดัดแปลงที่ส่งผลกระทบต่อโครงเรื่องดั้งเดิมอยู่บ้าง มาลองดูว่ามีอะไรบ้างครับ ตรงนี้สปอยล์เต็มๆ

รีวิว Dracula Netflix เคาน์ แดร็กคิวล่า VS แวนเฮลซิ่ง แบบเฉือนคม 1เปลี่ยนบทของ ดร.แวน เฮลซิ่ง ให้เป็นผู้หญิง
จากต้นฉบับเดิม ดร.แวน เฮลซิ่ง เป็นศาสตราจารย์ชาวดัตช์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตำนานและสิ่งมีชีวิตลี้ลับ เขาถูก ดร.ซีวาร์ด ซึ่งเป็นลูกศิษย์ เชิญให้เดินทางมาไขปริศนาของลูซี่ซึ่งถูกแดร็กคิวล่าดูดเลือด จนนำไปสู่การร่วมมือระหว่างผู้คนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้วางกับดักและแผนการอย่างมาก ไปจนถึงหาจุดอ่อในการปราบแดร็กคิวล่าให้จงได้

ส่วนในซีรีส์ของ Netflix ได้ดัดแปลงให้ ดร.แวนเฮลซิ่ง จากศาสตราจารย์สูงวัย กลายมาเป็นแม่ชีอกาธ่า “แวนเฮลซิ่ง” อัจฉริยะหญิงที่มีนิสัยสุดแปลก แต่ก็ยังคงลักษณะเดิมของแวนเฮลซิ่งอะไรบางอย่างเอาไว้ เช่น ความสนใจใคร่รู้ในเรื่องราวเหนือธรรมชาติ ผิดจากวิสัยของคนเป็นนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ และความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับแดร็กคิวล่า

อีกจุดหนึ่งที่ซีรีส์ดัดแปลงไปมากก็คือ การตีความเรื่องความเชื่อมโยงระหว่าง แวนเฮลซิ่งกับแดร็กคิวล่า ซึ่งดูเหมือนว่ารอบนี้ทีมงานผู้สร้างจะมองว่า แท้จริงแล้วคนที่น่าจะสร้างความดึงดูดใจต่อแดร็กคิวล่ามากที่สุด ไม่น่าจะเป็นมีน่าหรือลูซี่ แต่เป็นแวนเฮลซิ่ง ในฐานะคู่ปรับตลอดกาลนี่เอง

รีวิว Dracula Netflix เคาน์ แดร็กคิวล่า VS แวนเฮลซิ่ง แบบเฉือนคม 2

ชะตาชีวิตของโจนาธาน
ในต้นฉบับเดิม และในภาพยนตร์ที่ดัดแปลงก่อนหน้านี้ โจนาธานถูกจับขังไว้ในปราสาทของแดร็กคิวล่า แต่เอาชีวิตรอดมาได้ ซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็ได้รับความช่วยเหลือจาก ดร.แวนเฮลซิ่ง ร่วมมือกับเหล่ามิตรสหายที่เกี่ยวข้อง คิดแผนจัดการแดร็กคิวล่า แล้วแต่งงานกับมีน่า มีลูกด้วยกัน เป็นการจบเรื่องราวอย่าง Happy Ending

แต่ในซีรีส์ของ Netflix รอบนี้ เลือกดัดแปลงบทของโจนาธานไปทางดาร์กเลยครับ เรียกว่ามอบความสิ้นหวังให้กับตัวละครไปเลย

รีวิว Dracula Netflix เคาน์ แดร็กคิวล่า VS แวนเฮลซิ่ง แบบเฉือนคม 3มีน่า ผู้หญิงที่แดร็กคิวล่าหลงรัก??
ในต้นฉบับเดิม มีน่า คือผู้หญิงที่แดร็กคิวล่าตกหลุมรัก ซึ่งในภาพยนตร์หรือสื่ออื่นๆที่นำเรื่องราวมาขยาย ก็มักเล่นใจความสำคัญความรักของแดร็กคิวล่าที่มีต่อมีน่า

ส่วนในภาพยนตร์ปี 1992 มีน่าก็ถูกดึงดูดโดยเสน่ห์ของแดร็กคิวล่าด้วย

แต่ในเวอร์ชั่น Netflix ตีความเรื่องของมีน่าใหม่ ลดความสำคัญในบทโรมานซ์ลงไป เพราะทีมสร้างไปตีความว่าแดร็กคิวล่าตัวนี้ไม่ได้มองว่ามีน่าเป็นผู้หญิงน่าสนใจมากเท่ากับ อกาธ่า แวนเฮลซิ่ง ซึ่งมีสติปัญญาล้ำเลิศพอที่จะต่อกรกับเขาได้

รีวิว Dracula Netflix เคาน์ แดร็กคิวล่า VS แวนเฮลซิ่ง แบบเฉือนคม 4ทีมล่าแวมไพร์ไม่มีบท
ในต้นฉบับเดิม หลังจากแดร็กคิวล่ามาถึงอังกฤษ และก่อเหตุร้ายขึ้นแล้ว ดร.แวนเฮลซิ่ง ก็ได้เป็นผู้นำของคนที่เกี่ยวข้องหาทางจัดการกับแดร็กคิวล่า

ส่วนในซีรีส์ ตัดหน้าที่ในส่วนนี้อีก แต่ก็ยังเคารพต้นฉบับด้วยการนำชื่อตัวละครที่เกี่ยวข้องมาใช้ในช่วงที่แดร็กคิวล่าอยู่ที่อังกฤษ

รีวิว Dracula Netflix เคาน์ แดร็กคิวล่า VS แวนเฮลซิ่ง แบบเฉือนคม 5การตีความใหม่เรื่องความกลัวของแดร็กคิวล่า
ด้วยเหตุว่าในซีรีส์ของ Netflix ค่อนข้างเน้นหนักเกี่ยวกับการตีความในมุมความเชื่อเกี่ยวกับแวมไพร์ และเรื่องที่ว่า “ทำไมแดร็กคิวล่าถึงกลัวไม้กางเขน แพ้แสงอาทิตย์ และไม่สามารถเข้าไปในสถานที่ต่างๆได้หากไม่ถูกเชิญเข้าไป” ซึ่งเรื่องส่วนนี้ก็จะถูกบอกเล่าและวิเคราะห์ผ่านทางตัวละครสำคัญคือ แม่ชีอากาธ่า รวมทั้งผู้สืบสกุลรุ่นหลังอย่างโซอี้ ว่าทำไมอสุรกายที่มีชีวิตอยู่มา 500 ปี แถมมีพลังมากอย่างงี้ ถึงกลัวและแพ้อะไรที่มันแปลกแปลก และดูขัดกับอำนาจที่มันมีอยู่ รวมทั้งการตีความแดร็กคิวล่าในมุมของความกลัวที่เขามีต่อไม้กางเขนในแง่มุมทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ

จุดนี้ทำให้เรื่องราวของแดร็กคิวล่าในเวอร์ชั่น Netfix ดูมีมีติมากขึ้น (แบบแปลกๆ) ซึ่งก็อาจจะเป็นทั้งข้อดีและข้อด้อยสำหรับคนที่เคยรับชมในเวอร์ชั่นเก่ามาก่อน แต่ก็ถือว่าเป็นความพยายามที่จะไม่ทำให้เรื่องของแดร็กคิวล่าดูซ้ำซากจำเจครับ

แล้วอีกจุดหนึ่งที่ทีมสร้างทำออกมาสนุกๆ นั่นคือมีการทำ Easter Egg อ้างอิงไปถึงเรื่อง Sherlock บางส่วนด้วยครับ จากบทพูดของแม่ชีอกาธ่า ที่คุณอ้างอิงว่า ได้ขอให้นักสืบที่รู้จักกันซึ่งอยู่ในลอนดอนช่วยสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับมีน่าและโจนาธาน รวมทั้งเชื่อมโยงไปถึงเคาน์แดร็กคิวล่าด้วย

รีวิว Dracula Netflix เคาน์ แดร็กคิวล่า VS แวนเฮลซิ่ง แบบเฉือนคม 6ภาพรวมกับการกำเนิด แดร็กคิวล่า ที่ฉลาดที่สุดตนหนึ่ง
ในภาพรวมแล้ว Dracula ถือว่าเป็นลิมิเต็ดซีรีส์แบบ 3 ตอนจบใน Netflix ที่ทำออกมาแล้วดูดีไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการได้ทีมสร้างที่มีผลงานระดับเทพมาก่อนอย่าง Sherlock ทำให้การันตีได้ในแง่ของบท การเดินเรื่องที่มีชั้นเชิงอย่างมาก

นี่จึงน่าจะเป็นนัดแรกเลยก็ว่าได้ที่ทำให้ตำนานของเรื่องนี้มีการเดินเรื่องในสไตล์ทริลเลอร์สืบสวนอาชญากรรม อีกจุดที่ถือว่าเป็นจุดขายหลักของทีมชุดนี้ก็คือ การเดินเรื่องหักมุมจากต้นฉบับเดิม การเล่นกับข้อความสำคัญทางจิตวิทยาของตัวละครหลัก ที่เรียกว่าเป็นการลงลึกไปสำรวจตัวละครอย่างแดร็กคิวล่าในเชิงลึกที่สุดเท่าที่เคยสร้างกันมาก็ว่าได้

แต่จุดที่อาจจะมองว่าด้อยสำหรับซีรีส์เรื่องนี้ก็มีอยู่เหมือนกัน เช่น การดัดแปลงหน้าที่ของตัวละครจากในต้นฉบับดั้งเดิมจนทำให้ตัวละครหลักบางคนในต้นฉบับมีบทน้อยลงมาก เช่น มีน่า รวมทั้งการตัดบทของโจนาธานให้ตายตั้งแต่ตอนแรก แต่ตรงนี้ก็เข้าใจได้ว่าเพราะทีมสร้างขุดใหม่ต้องการสร้างความแตกต่าง แล้วปรับบทของแวนเฮลซิ่งให้มากขึ้นแทนนั่นเอง

อีกจุดที่เป็นทั้งข้อเด่นและด้อยก็คือ สไตล์การเดินเรื่อง เพราะการปราบแวมไพร์ในเรื่องนี้อาจจะไม่เหมือนกับในรูปแบบที่ฮอลลีวูดเคยสร้างเอาไว้ แต่เป็นการคิดแผนหาทางต่อสู้กับแดร็กคิวล่าด้วยมันสมอง บทพูด กลทางจิตวิทยา ซึ่งตัวละครประเคนใส่กัน แล้วหลังจากนั้นก็ทำให้เราได้แดร็กคิวล่าที่มีสมองเฉลียวฉลาดมากตนหนึ่งเผ่านาในโลกรื่นเริงจนได้ครับ

ส่วนในตอนจบของเรื่อง หลายท่านอาจจะความรู้สึกว่า จบแบบห้วนไปไหม หรือว่าตัดจบ ที่จริงแล้วมันก็เป็นบทสรุปของแดร็กคิวล่าในแนวใหม่ที่น่าสนใจครับ เพราะมุ่งเจาะและสำรวจตัวละครแดร็กคิวลงไปลึกจนถึงความปรารถนาในการดำรงอยู่ของตัวเขาเอง ตรงนี้แนะนำว่าลองดูกันให้จบ ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกันไปครับ ซึ่งตอนนี้ก็สามารถรับชมได้ทั้ง 3 ตอนจบใน Netflix เรียบร้อย

The Platform

The Platform สปอยล์ หนังคัลท์สัญชาติสเปนที่ Netflix ซื้อมาฉาย และเปลี่ยนเป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงกันมากขณะนี้ กับสิ่งที่ตัวหนังสื่อออกมาได้เสียดสี และต้องผ่านการตีความ ด้วยบทล้ำ ชวนให้เราตั้งคำถามถึงSystemความเป็นไปของโลกใบนี้เลยทีเดียว

ในบทความนี้ก็จะวิเคราะห์ และสปอยล์ เนื้อหาไปในทีละส่วนของตัวหนัง ซึ่งมันต้องใช้ความคิดและการตีความ เลยขอบอกก่อนว่ามันอาจจะไม่ตรงกับความคิดของทุกคน เพราะตัวหนังเองไม่เฉลยอะไรมาก มันชวนให้เราฉุกคิด และคิดต่อไปเองเสียมากกว่า ถ้าหากใครยังไม่ได้ดูแล้วล่ะก็ แนะนำให้ไปดูก่อนได้ใน Netflix หรืออ่านรีวิวได้ที่นี่

The Platform สปอยล์
The Platform สปอยล์ ตีความ วิเคราะห์ตอนจบ
Contents  ซ่อน 
1 The Platform สปอยล์ หลุม คืออะไร?
2 สิ่งที่ Platform ต้องการจะสื่อความหมาย
3 บทวิเคราะห์
4 ดองกิโฆเต้?
5 เสียงที่ไปไม่ถึง
6 วิเคราะห์ตอนจบ
The Platform สปอยล์ หลุม คืออะไร?
ในตัวหลุมแพลตฟอร์มนี้ มันเป็นการอุปมาอุปมัย จำลองเกี่ยวกับSystemสังคมของมนุษย์ในปัจจุบันให้เห็นภาพง่ายๆ ซึ่งไอ้ตัวหลุมนี้ตั้งอยู่ใน Future Distopia เป็นโลกอนาคตที่ไม่พึงปรารถนา ซึ่งตรงผ่านกับคำว่า Utopia แดนในอุดมคติ เป็นโลกที่ทรัพยากรมีจำกัด และอารยธรรมต่างๆ ผิดเพี้ยนและบิดเบี้ยว

เราจะได้ติดตามชีวิตของ โกเรง ตัวเอกของเรื่อง ที่ต้องเผ่านาอยู่ในคุกที่เรียกว่า “หลุม” มีทั้งหมด 333 ชั้น (เท่ากับว่านักโทษทั้งหมดมี 666 คน SATAN NUMBER) เขาอาสาเผ่านาอยู่ในนี้เพราะว่า เขาต้องการวุฒิการศึกษา และต้องการเลิกบุหรี่ แต่แล้วเขาก็พบว่าเขามาอยู่ในที่ๆ ไม่ควรจะอยู่เลย

ในแต่ละชั้น นอกจากชั้น 0 จะมีนักโทษประจำแต่ละชั้นอยู่ 2 คน และแท่นอาหาร ก็จะถูกส่งต่อ จากชั้นบนลงสู่ชั้นล่าง ซึ่งชั้น 0 นั้น เป็นที่ๆ พวกชนชั้นสูง หรือมีสิทธิพิเศษบางสิ่ง ได้อยู่ที่ตรงนั้น พวกเขาก็จะคอยทำอาหาร เพื่อให้ส่งลงไป เปรียบเปรยได้ว่าพวกเขาคอยสร้างSystemต่างๆ ให้คนที่อยู่ชั้นล่างลงมา คอยควบคุมทุกอย่างอยู่

แท่นอาหารจะหยุดพักในแต่ละชั้น ตรงเวลา 2 นาที ซึ่งในเวลานั้น นักโทษสามารถกินอาหารจากแท่นได้ ถ้าหากว่าคนชั้นบน กินอาหารเยอะ ชั้นล่างๆ อาหารก็จะเหลือน้อย ทำให้ผู้คนชั้นล่างๆ อดอยาก และหาทางเอาตัวรอดเอาเอง หรือต้องรอกินเศษอาหารจากคนชั้นบน ซึ่งมันเหมือนกับ Point หลักของตัวหนังที่ต้องการสื่อว่า พวกที่อยู่ข้างบนได้อยู่อย่างสบาย แต่คนข้างล่างก็ต้องดิ้นรนเอาเอง หรือรอรับเศษเหลือจากข้างบน

ในตัวหนังพยายามจะสื่อว่า ถ้าหากทุกคนกินอย่างเพียงพอ มันก็จะมีอาหารเหลือสำหรับทุกคน ในทุกๆ ชั้น แต่คุณก็คงจะเดาได้ว่ามันไม่มีทางเป็นแบบนั้น เพราะคนชั้นบนๆ เมื่อมีโอกาส เขาก็ต้องตักตวง กินของดีๆ ให้ท้องอิ่ม สนแต่ตัวเอง โดยไม่ต้องไปคำนึงถึงคนที่อยู่ล่างกว่า เพราะว่า คนที่อยู่ข้างบนของเรา ก็ไม่ได้สนใจเรา เป็นเหมือนความประพฤติปฏิบัติต่อกันเป็นทอดๆ

เราจะเห็นได้ว่าระยะนี้ สภาพการณ์ โควิด-19 ระบาด สินค้าขาดแคลน เริ่มตุนของ ในต่างประเทศเราจะเห็นไวรัลคลิปที่ถูกส่งต่อกันมา ที่เป็นคลิปของคนสองคน ตบตีกันเพื่อให้แย่ง “กระดาษชำระ” มันแสดงให้มองว่า มนุษย์เรา “เอา” สิ่งที่พวกเขาต้องการ มากกว่าความจำเป็นของตน โดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น แค่เพียงกระดาษชำระก็ยังต้องแย่งกันจะเป็นจะตาย ซึ่งมันตรงกับสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อได้อย่างน่ากลัวเลยทีเดียว

สิ่งที่ Platform ต้องการจะสื่อความหมาย
The Platform สปอยล์ ตีความ วิเคราะห์ตอนจบ กับหนังคัลท์ชวนขมวดคิ้ว 1
The Platform สปอยล์ Miharu
“โลกนี้มีคนอยู่ 3 ประเภท คนชั้นบน คนชั้นล่าง และคนที่ร่วง” บทพูดแรกของหนังที่อธิบายเนื้อหารวมๆ ให้เข้าใจได้ง่าย โดยคนที่ร่วงในที่นี้ มี 2 ความหมาย นั่นก็คือ
1.ร่วงลงไประหว่างชั้นจนตายจริงๆ กับ
2.คนที่ต้องการลงไปเพื่อให้สร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง
เหมือนกับโกเรงและบาฮารัตในพาร์ทสุดท้ายของหนัง อีกความหมายหนึ่งของคำพูดนี้หมายความว่า
1.คนประเภทที่ไม่ต้องการความเปลี่ยนแปลง
2.คนที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง แต่ทำไม่ได้
3.คนที่ต้องการเปลี่ยนแปลง แม้จะแลกกับชีวิตตัวเองก็ตาม

สิ่งที่เราเห็นในหนังตลอดทั้งเรื่อง คือการสื่อถึงความโลภของ “ตัวเอง” ที่จะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เสียหาย โดยไม่รู้สึกตัว โดยตั้งมั่น หรือเปล่าตั้งมั่นก็ตาม เปลี่ยนเป็นว่าเราจะได้ติดตามพฤติกรรม ของคนกลุ่มหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความผิดเพี้ยน บิดเบี้ยวของสังคมด้วยการเอาตัวรอดแบบสุดโต่งภายในเรื่องนี้ และทำให้เราฉุกคิดว่า ถ้าเราอยู่ในสภาวะเดียวกันกับตัวละครในเรื่อง เราจะทำยังไง?

โกเรง ถูกส่งลงมาแรกเริ่มในชั้นที่ 48 ซึ่งเขาก็ได้พบกับเพื่อให้นร่วมชั้น เป็นชายแก่นามว่า ทริมากาซี กฏของหลุมนี้ก็คือ ทุกคนสามารถให้นำสิ่งของ 1 ชิ้น จากโลกภายนอก เผ่านาในหลุมนี้ ซึ่งลุงทริมากาซี ได้เลือกมีดซามูไรพลัสที่เขาถูกหลอกให้ซื้อ มันสะท้อนถึงตัวตนของคนที่พยายามจะก้าวหน้า นำคนอื่นอยู่ตลอดเวลาโดยไม่สนวิธีการ แม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาเองก็กลายเป็นเหยื่อของคนที่ต้องการนำหน้าคนอื่นอีกทีด้วยการหลอกลวง

สาเหตุที่ตาลุงนี่เผ่านาอยู่ในคุก เพราะว่าเขาโมโหที่ถูกหลอกขายมีด จึงได้ทุ่มทีวีเข้าใส่หัวของคนต่างด้าวจนตาย แต่เขาก็ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความตายของผู้อื่นจนเผ่านาอยู่ในหลุมแห่งนี้

บทวิเคราะห์
The Platform สปอยล์ ตีความ วิเคราะห์ตอนจบ กับหนังคัลท์ชวนขมวดคิ้ว 2
The Platform สปอยล์ อาหารเหลือจากชนชั้นบน
ถ้าหากว่าในเรื่อง ส่งผ่านอาหารให้แต่ละชั้น เท่าๆ กัน โดยไม่ผ่านแท่น ทุกคนก็จะเท่าเทียมกันและไม่อดอยาก แต่แท่นอาหารนี้ เปรียบได้กับ เครื่องมีที่คนชั้นบน ออกแบบ และควบคุม เพื่อให้รักษาอำนาจไว้ เห็นได้ว่าคนชั้นบน จะไม่ฟังคนชั้นล่าง กลับกัน ถ้าคนชั้นบนใช้อำนาจ และออกคำสั่ง คนชั้นล่างกว่าก็จะฟัง เหมือนกับที่โกเรงบอกกับคนชั้นใต้เขาว่า ถ้าไม่กินดีๆ จะอุจจาระใส่อาหารไม่ต้องได้กินกันพอดี ซึ่งในหนังก็ได้เอ่ยถึงลัทธิคอมมิวนิสต์ด้วยว่า ถ้าหากทุกๆ สิ่งมีความเท่าเทียมกันมากกว่านี้ เราก็จะอยู่ในสังคมที่ยุติธรรม มีความเท่าเทียม และไม่มีคนอดอยาก

The Platform สปอยล์ ตีความ วิเคราะห์ตอนจบ กับหนังคัลท์ชวนขมวดคิ้ว 3
The Platform สปอยล์ ทริมากาซิ ชายแก่ชวนสยอง
แต่ลุง ทริมากาซิ เป็นตัวแทนสะท้อนให้เห็นถึงคนอัตตาบังหน้า ที่มองคนอื่น “ไม่เท่ากัน” และต้องการโอกาส ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ให้ตัวเองอยู่รอด แม้ต้องกินคนก็ตาม สังเกตุได้ว่า เมื่อเขาอยู่ชั้นบน เขาก็จะปฏิบัติตัวกับคนชั้นล่างแบบ ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ทั้งถุยน้ำลายใส่อาหาร หรือกระทั่งฉี่รดลงไปชั้นล่าง เป็นเพราะว่าเขามีอำนาจอยู่ แม้เพียงจะบางส่วน แต่เขาก็อยู่ข้างบนกว่าไป 1 ชั้น และคนข้างบนก็คงไม่สนเขาเหมือนกัน

เราเห็นได้ว่า ผู้คนที่อยู่บนชั้น 0 ไม่แม้แต่จะสนใจ หรือรับรู้สภาพการณ์ของชั้นล่างๆ เพียงแค่ทำตามหน้าที่ของตน อย่างในพาร์ทของ Imoguiri ที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ให้กับหลุม แต่ถูกส่งลงมาในหลุมเอง คุณก็ยังไม่รู้ว่าหลุมนั้นมีกี่ชั้นกันแน่ และไม่รู้ว่าในหลุมนี้ การใช้ชีวิตและความเป็นอยู่มันโสมมขนาดไหน

สิ่งที่ทำให้ Imoguiri เผ่านาอยู่ในหลุม เพราะว่าต้องการรักษามะเร็ง โกเรงก็ต้องการวุฒิการศึกษา ส่วนทริมากาซิก็ต้องการอิสระภาพ เป็นเหมือนกับรางวัลของคนที่อดทน แต่นั่นคือการฝันลมๆ แล้งๆ และเป็นสัญญาปากเปล่าหรือเปล่า? เพราะส่วนใหญ่เราก็น่าจะเห็นได้ว่าพวกนักโทษถูกส่งไปชั้นสุ่มๆ และก็ตายอย่างอนาถจากการอดอาหาร หรือฆ่ากันเองเพื่อให้กิน มองให้ชัดๆ มันก็คือSystemทุนนิยมที่จะให้รางวัลกับคนที่ทำงานหนัก แต่ก็ต้องพบกับความจริงที่ว่ามันค่อนข้างโหดร้าย และไม่ยุติธรรมในหลายๆ อย่าง

ดองกิโฆเต้? 
The Platform สปอยล์ ตีความ วิเคราะห์ตอนจบ กับหนังคัลท์ชวนขมวดคิ้ว 4
The Platform สปอยล์ Don Quixote
เราได้เกริ่นไปแล้วว่า คนที่เผ่านาอยู่ในหลุมจะนำของติดตัวมาได้ 1 อย่าง ซึ่งพระเอกของเรา โกเรง ได้เลือกหนังสือเล่มหนึ่งเผ่านา นั่นก็คือเรื่อง ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน (Don Quixote de La Mancha)

ในหนังสือ เป็นเรื่องราวของขุนนางเฒ่าที่คลั่งไคล้ในนิยายอัศวินจนถึงขั้นขายที่ดินเพื่อให้ซื้อหนังสือ และสุดท้ายเขาก็ได้ตั้งตนเป็นอัศวินนามว่า ดองกิโฆเต้ เพื่อให้รับใช้ชุมชนของเขาแม้ว่าเขาจะไม่เคยเป็นมาก่อน และแก่มากและจากนั้นก็ตาม ซึ่งเรื่องในหนังสือก็เหมือนๆ กับบทของตัวเอกอย่างโกเรง

ดองกิโฆเต้ถูกวิจารณ์ต่างๆ นาๆ ว่าแก่แล้ว กะโหลกกะลา ไม่มีประสบการณ์เป็นอัศวิน ยังเสนอหน้ามาเป็น แถมอายุก็มากแล้ว ทำตัวบ้าๆ แม้ทุกคนจะพูดอย่างนั้น แต่สิ่งที่เขาทำอยู่ ทำให้เขามีความรู้ในการที่จะช่วยเหลือผู้อื่น

ในหนังตอนแรก โกเรงปฏิเสธทีจะกินอาหารเหลือจากชั้นอื่น แต่ด้วยความหิวเขาจึงต้องกิน และยอมแพ้ให้กับSystemส่งอาหารผ่านแท่น เหมือนกับมันกำลังจะบอกว่า เมื่อคนอื่นๆ ทำอย่างงี้ ฉันก็ทำได้ และทำต่อกันเป็นทอดๆ

สิ่งที่โกเรงทำเหมือนกับดองกิโฆเต้ ก็คือกาตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงความไม่ยุติธรรมในหลุม เพื่อให้ให้ทุกคนได้มีกิน และจัดการกับSystemบ้าๆ อันเน่าเฟะนี้

เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงช่วงหนึ่ง โกเรงได้พบกับ มิฮารุ หญิงสาวที่นั่งลงมากับแท่นให้อาหารเพื่อให้ตามหาลูกชายที่อาจจะอยู่ในคุกแห่งนี้ ซึ่งคุณเปรียบเหมือนกับคนที่สังคมไม่เหลียวแล แม้ยืนหยัดต่อสู้ด้วยตัวเอง  แต่ทริมากาซิและคนอื่นๆ ก็โทษคุณว่า ที่คุณเป็นอย่างงี้ เพราะตัวคุณเอง ถ้าหากเรามองจริงๆ เราจะเห็นได้ว่า Systemมันบีบบังคับให้คุณต้องสู้เพื่อให้ตัวคุณเองต่างหาก

ซึ่งมันเชื่อมโยงกับความคิดของทริมากาซิ เมื่อทั้งเขาและโกเรง ถูกส่งมายังชั้น 171 ชั้นที่อาหารไม่เหลือตกมาถึงและต้องอยู่อย่างอดอยาก แต่ทริมากาซิเขามั่นใจว่าจะไม่อดตายแน่ๆ เพราะเขามัดโกเรงติดกับเตียงไว้และจะใช้มีดเฉือนเนื้อของโกเรงเพื่อให้ประทังชีวิต โดยเขาโทษว่ามันเป็นความผิดของSystem ที่บังคับให้เขาต้องทำอย่างนี้ ไม่ใช่ความผิดของเขาเลยแม้แต่น้อยที่เขาฆ่าและกินคน แต่เป็นโชคดีของโกเรง ที่มิฮารุลงมากับแท่นอาหารและช่วยชีวิตเขาได้ทัน ทำให้โกเรงเป็นข้างที่จำเป็นที่จะต้องกินทริมากาซิเพื่อให้อยู่รอดแทน ทำให้โกเรงมองเห็นมุมมองชีวิตของเขาว่าการจะเอาตัวรอดได้ต้องทำแบบนั้นจริงๆ ต้องหาอะไรกิน ซึ่งเรื่องนี้มันก็สอนอีกว่า อย่าตัดสินคนเพียงผิวเผิน เพราะเราไม่รู้ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง

โกเรงตื่นขึ้นมาอีกทีในชั้นที่ 33 กับเพื่อให้นร่วมชั้น Imoguiri พนักงานที่เคยสัมภาษณ์เขาก่อนที่จะถูกส่งเผ่านายังหลุม แต่ต้องมาอยู่ในคุกหลุมนี้เพราะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และมีความผิดฐานส่งคนมาอยู่ในนี้ ด้วยความรู้สึกผิด คุณจึงได้ใช้สิทธิพิเศษในการเลือกเพื่อให้นร่วมชั้น เผ่านาช่วยโกเรง

เสียงที่ไปไม่ถึง
The Platform สปอยล์ ตีความ วิเคราะห์ตอนจบ กับหนังคัลท์ชวนขมวดคิ้ว 5
The Platform สปอยล์ Imoguiri
Imoguiri พยายามบอกคนที่อยู่ชั้นล่างคุณให้เหลืออาหารให้ชั้นต่อๆ ไป กินแต่พอดี แต่คนเหล่านั้นไม่เคยฟัง แต่กลับกัน โกเรงได้บอกสิ่งเดียวกับคุณ แต่เพิ่มเติมด้วยการขู่เข้าไปว่าจะอุจจาระใส่อาหารซะ พวกเขาก็เชื่อฟัง เป็นเพราะว่าโกเรงอาจจะทำจริง และเขาอยู่ชั้นเหนือกว่า กลับกันถ้าโกเรงขู่พวกชั้นบน ชั้นบนก็จะไม่ฟัง เพราะเขาไม่สามารถส่งอะไรขึ้นไปได้ ในเหตุการณ์นี้บ่งบอกเราว่า ถ้าหากคนชั้นบนพูด คนชั้นล่างจะฟังก็ต่อเมื่อมันจะเป็นปัญหาสำหรับตัวเอง เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนแปลงทุกๆ สิ่ง ในSystemโครงสร้างของสังคมให้ไปทางที่ดีขึ้น มันควรที่จะเริ่มจากชั้นบนลงล่าง

1 เดือนผ่านไป โกเรงถูกย้ายจากชั้น 33 ลงมาชั้น 202 และพบว่าเพื่อให้นร่วมชั้นของเขาได้ฆ่าตัวตายเพื่อให้ให้ตัวเองได้เป็นอาหารให้โกเรงจนเขารอดและถูกย้ายขึ้นไปบนชั้น 6 จนได้พบกับบาฮารัต

ความตั้งมั่นของบาฮารัตคือการปีนขึ้นไปและหนีออกจากคุกแห่งนี้ แต่การจะปีนขึ้นไปได้ ต้องได้ความยินยอมจากข้างบน ซึ่งเขาก็ลองขอดู แต่แปลงเป็นว่าถูกอุจจาระใส่หน้าเต็มๆ

ด้วยความคิดต้องการจะเปลี่ยนแปลง โกเรงจึงได้บอกกับบาฮารัตว่าเขาต้องการจะทำลายSystemบ้าๆนี้ และทำให้อาหารถึงท้องทุกคนโดยการนั่งแท่นอาหารลงไปแต่ละชั้น และแจกจ่ายมันด้วยตนเอง เหมือนกับว่า ในการเปลี่ยนแปลง แม้เรามีความคิด เราอาจจะทำด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ แต่ถ้าเราทำด้วยกัน มันอาจจะเป็นได้ที่จะเปลี่ยนบางสิ่งอะไรบางอย่าง

The Platform สปอยล์ ตีความ วิเคราะห์ตอนจบ กับหนังคัลท์ชวนขมวดคิ้ว 6
The Platform สปอยล์ บาฮารัต และโกเรง เกือบเอาชีวิตไม่รอด
แม้ในความตั้งอกตั้งใจแรกของทั้งสองคนคือการทำให้อาหารไปถึงชั้นสุดท้าย แต่ด้วยการแนะนำจากผู้เฒ่า พวกเขาจึงต้องทำการส่งสารอะไรบางอย่างเพื่อให้ให้พวกด้านบนรับรู้และต้องการความเปลี่ยนแปลง ด้วยการเก็บอาหารชิ้นหนึ่งไว้ในสภาพบริบูรณ์และส่งมันขึ้นไปให้ได้ สิ่งนั้นคือของหวานที่เรียกว่า พานาคอตต้า

ในระหว่างทางลงไปแต่ละชั้นที่ทั้งสองได้ลงไป จะมีอยู่ชั้นหนึ่งที่เห็นนักโทษนำเงินติดตัวมา แต่มันไม่มีประโยชน์เลยเมื่ออยู่ในนี้ แสดงให้มองว่า บางสิ่งบางอย่าง เงินก็ซื้อไม่ได้ และเงินก็ไม่ใช่ทุกอย่าง

วิเคราะห์ตอนจบ
The Platform สปอยล์ ตีความ วิเคราะห์ตอนจบ กับหนังคัลท์ชวนขมวดคิ้ว 7ในชั้นสุดท้าย โกเรงและบาฮารัต ได้พบกับเด็กสาว ที่ดูจะเป็นลูกของมิฮารุ และพวกเขาก็ได้ให้พานาคอตต้า ที่ในความตั้งอกตั้งใจแรกมันคือสารที่จะส่งไปยังชั้นบนให้แก่เด็กสาว แม้ว่าพวกเขาจะปกป้องมันมาตลอดทางจนถึงชั้นสุดท้ายจนแทบเอาชีวิตไม่รอดก็ตาม

หลังจากบาฮารัตตาย โกเรงได้พาเด็กสาวไปบนแท่นและส่งคุณกลับขึ้นไป เพราะตอนนี้คุณเปรียบได้เหมือนกับสารที่ทรงพลัง ขึ้นไปเพื่อให้ให้คนชั้นบนได้รู้บางสิ่งบางสิ่งบางอย่าง เปรียบเปรยได้กับโกเรง เป็นตัวแทนผู้ใหญ่ ที่ควรจะสอนเด็กรุ่นใหม่ ที่จะเป็นอนาคตต่อจากนี้ ว่าอย่ามาติดอยู่ในวังวนของSystemบ้าๆ และใช้ชีวิตให้ดียิ่งกว่า

ตลอดมา อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า คนชั้นบนไม่ได้รับรู้ชีวิตของคนข้างล่าง และเชื่อว่าไม่มีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีในนี้ มันแสดงให้เห็นถึงการที่มนุษย์เรา อาจจะโกหกตัวเอง เพียงเพื่อให้ที่จะไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิด ทั้งๆ ที่ปัญหามันอยู่ตรงหน้าทนโท่ แต่เลือกที่จะไม่แก้ไขมัน มองผ่าน ไม่รับรู้ และมีคนอายุน้อยที่กำลังจะเติบโต ต้องทนทุกข์ทรมาณอยู่ในSystemสังคมเดียวกัน

หากเราสามารถสอนให้คนรุ่นใหม่เติบโต และก้าวหน้าโดยไม่เหยียบซ้ำความผิดพลาดเดิมๆ อย่างในสังคมทุกวันนี้ที่เป็นอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างมันคงจะยกระดับมากขึ้นกว่านี้

The Platform สปอยล์ ตีความ วิเคราะห์ตอนจบ กับหนังคัลท์ชวนขมวดคิ้ว 8สุดท้าย แล้วแต่มุมมองของผู้ชมแต่ละคนแล้วว่าจะได้แง่คิดอะไรจากหนังเรื่องนี้บ้าง มันเหมือนกับงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ซึ่งคนเห็น อาจจะตีความต่างกันไป ต่างประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคนที่ได้รับ ซึ่งท้ายสุดแล้วสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดในตอนจบ คือการที่เราสามารถใช้คำพูด และความประพฤติปฏิบัติของเรา ส่งไปยังคนชั้นบน เพื่อให้ให้อะไรๆ มันเปลี่ยนแปลง แม้มันจำเป็นจะต้องเสียสละ หรือแลกกับอะไรอะไรบางอย่างก็ตาม เหมือนกับที่โกเรงเลือกที่จะไม่ขึ้นไป ในอีกมุมหนึ่งก็คือ การส่งต่ออนาคตให้รุ่นต่อไป

เรื่องย่อ รัก 100 วันของฉันและองค์ชาย (100 Days My Prince) ตอนที่ 7

ยูลเติบใหญ่เป็นองค์ชายรัชผู้สืบสกุลชายหนุ่มรูปงาม แต่ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ทำให้รู้สึกอึดอัดกายใจตลอดเวลาและเห็นอะไรขวางหูขวางตาไปเสียหมด นับตั้งแต่วันแรกที่เผ่านาอยู่ในวังเขาไม่เคยสุขสบายและไม่เคยยิ้มอีกเลย (แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตนถึงรู้สึกเช่นนั้นแค่คนเดียว และไม่ชอบเห็นใครอยู่ในวังแล้วแฮปปี้) ครั้นสาวใช้ในวังคนใหม่มัวแต่ชมนกเพลินจนเดินตามขบวนไม่ทัน ยูลก็รู้สึกไม่พอใจและกล่าวว่าคุณทำให้เขาหงุดหงิด  (เขาได้ยินเสียงคุณวิ่งตามขบวน)  ครั้นโดนตำหนิที่ทำให้เสียรูปขบวนสาวใช้กลับยิ้มรับและกล่าวขอโทษ ยูลจึงยิ่งไม่พอใจ สาวใช้คนดังที่กล่าวผ่านมาแล้วออกตัวว่าที่ตนยิ้มเพราะมองว่านกบนฟ้าช่างสวยงามยิ่งนัก ยูลจ้องหน้าคุณพลางชี้ว่าตลอด 69,329 ชั่วโมงที่อยู่ในวังตนไม่เคยยิ้มออกเลยสักครั้ง แต่คุณเพิ่งจะเข้าวังไม่ถึงวันกลับยิ้มได้ เขาไม่ต้องการเห็นรอยยิ้มของคุณอีกต่อไปจึงสั่งให้คุณกำจัดนกในวังให้หมดสิ้น หากกำจัดนกไม่ได้ คุณจะเป็นข้างถูกกำจัดเสียเอง

ขณะนั่งฟังพระอาจารย์สอนเรื่องคำศัพท์ต่างๆ ที่ใช้บรรยายรูปแบบการฆ่า อยู่ๆ ยูลก็แทรกขึ้นว่ามีเพียงตนที่ไม่สบอารมณ์เช่นนั้นหรือ ปรากฏว่าคราวนี้ต้นเหตุคือ "คิม ซูจี" (ลูกชายคิม ชาออน หรือ "เสนาฯ คิม" ในปัจจุบัน) ซึ่งกำลังนั่งฝันหวาน ซูจีรีบลุกขึ้นขอโทษและอธิบายว่าคืนนี้ตนมีนัดกับเพื่อให้นคนสำคัญเลยเผลอใจลอย เขาชี้ว่าที่ตนยิ้มเป็นเพราะไม่ได้เจอเพื่อให้นคนนี้มานานมาก ยูลไม่อยากให้ซูจีสมหวังจึงแกล้งตั้งโจทย์ให้ตอบ โดยบอกว่าถ้าใครตอบถูกจะได้เลื่อนตำแหน่งตามที่ต้องการ แต่ตราบใดที่ยังหาคำตอบไม่ได้ห้ามทุกคนในที่นี้ออกจากวังโดยเด็ดขาด หากซูจีอยากออกไปพบเพื่อให้นนอกวังก็ต้องตอบคำถามของตนให้ได้เสียก่อน

"ขันทียาง" เห็นยูลทำตัวขวางโลกจึงอดเตือนไม่ได้ว่าขืนยังคงทำตัวเช่นนี้อีกหน่อยจะไม่มีใครคอยเกื้อหนุนหรือเข้าข้างเขา และนั่นก็ยิ่งทำให้ยูลหงุดหงิดหนักขึ้น เขาจะไปห้องตำราเหมือนเช่นทุกวันแต่ขันทียางชี้ว่าวันนี้มีกำหนดการที่ระบุให้ยูลร่วมหลับนอนกลับพระชายา "คิม โซฮเย" (บุตรสาวเสนาฯ คิม) หลังเหล่าขุนนางในราชสำนักพากันถวายฎีกากดดันเพราะเกิดภัยแล้งหนัก

ดูดวงเดือนมิถุนายน 2563 เปิดคำทำนายดวงชะตาคนเกิด 12 นักษัตรแม่น ๆ ภาคต่อ2

ดูดวงเดือนมิถุนายน

 

ปีฉลู

 

          ภาพรวม : ในเดือนนี้ คนปีฉลูด้วยความถนัดที่มีอยู่กับตัวและพลังกายที่อึดและทน จะทำให้เป็นเดือนที่ประสบความสำเร็จในหลายด้าน ได้รับลาภผลด้วยกำลังความชำนาญของตนเองล้วน ๆ

 

          การงาน : ความรู้ความชำนาญที่สะสมมานานจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการทำงาน ผลงานจะเป็นที่ยอมรับอย่างมาก โด่งดังในทางที่ดีขึ้น คนที่ทำธุรกิจส่วนตัวจะประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้

 

          การเงิน : ลาภผลรายได้จะมีเผ่านาอย่างต่อเนื่องไม่ขัดสน นั่นเพราะความชำนาญที่มีอยู่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และได้รับเงินปันผลจากงานเสริมอื่น ๆ เพิ่มขึ้นด้วย

 

          ความรัก : อาจจะดูไม่หวานชื่นอย่างมากนัก แต่ก็ยังมีความห่วงใยให้กันเป็นอย่างดี ถึงแม้บางคู่จะอยู่ห่างไกลกันมากแต่ใจยังคงใกล้ชิดกัน คนไม่มีคู่จะได้พบรักในที่ทำงาน

 

          สุขภาพ : ไม่มีเรื่องน่ากลุ้มใจใจกับสุขภาพร่างกายและจิตใจ ยังคงมีความเข้มแข็ง มีพลังกายและใจที่ดีเป็นอย่างมาก มีแค่อาการปวดเมื่อยและกินอาหารไม่ตรงเวลาเท่านั้น

 

          แก้เคล็ด : เสริมดวงชะตาคนปีฉลูในเดือนนี้ ทำบุญบริจาคทรัพย์บูรณะซ่อมแซมวัด โบสถ์ โรงเรียน โรงพยาบาล จะช่วยให้ดแวดวงเงินมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

 

ดูดวงเดือนมิถุนายน

 

ปีขาล

 

          ภาพรวม : ในเดือนนี้ คนปีขาลจะมีเรื่องวุ่น ๆ เผ่านาอย่างต่อเนื่อง ต้องใช้ไหวพริบปฏิภาณเอาตัวให้รอด จะมีเหตุเฉพาะหน้าที่ต้องรีบจัดการแก้ไขให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ควรทำตัวให้กระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา

 

          การงาน : มีอุปสรรคปัญหาบางส่วนแต่ก็ไม่ยากเกินความชำนาญที่จะจัดการได้ เป็นเดือนที่ต้องเร่งสร้างผลงานโดยเร็ว ต้องมีความขยันในการทำงานหากินอย่างมาก ต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกัน

การเงิน : รายได้จะมีเผ่านาตามความถนัดและการทุ่มเทเวลาในการทำงาน ยิ่งขยันมากขึ้นเท่าใดก็จะมีรายได้มากตาม แต่รายจ่ายจิปาถะก็มีเผ่านาเรื่อย ๆ เช่นกัน ควรเก็บเงินสำรองไว้บ้าง

 

          ความรัก : อาจจะไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีมากนักในการบอกรักหรือชอบใครสักคน ต้องทบทวนตัวเองให้ดีว่าพร้อมที่จะมีคู่ชีวิตแล้วหรือยัง หากยังไม่พร้อมก็ควรรอเวลาที่ดีมากยิ่งกว่านี้ก่อน