ละครย่อเรื่อง สาวน้อย

สรรค์ (สน-ยุกต์ ส่งไพศาล) บุตรชายของ พระชาญชลาศัย (เกรียงไกร อุณหนันท์) เสนาบดีกระทรแวดวงคลัง เมีความถนัดในการวาดภาพสีน้ำมัน หลังจากเรียนจบจากฟิลิปปินส์ เดินทางกลับมาเมืองไทย พร้อมได้หมั้นหมายกับ สุวลี (บุษกร ตันตินภา) ทำให้ธนา (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ลูกเจ้าสัวอกหักและเคียดแค้น คืนวันหมั้นสรรค์ได้รู้ความจริงว่าพ่อมีเมียใหม่คือ มารศรี (บงกช คงมาลัย)นักร้องไนท์คลับ สรรค์สมุทราะกับพ่อและดูหมิ่นมารศรี ด้วยความแค้นหล่อนจึงใส่ความเขา ทำให้สรรค์น้อยใจขนของออกจากบ้าน ไปอยู่กับ บุญมา (รัชชานนท์ สุขประกอบ) เพื่อให้นสนิท แต่ระหว่างทางเขาโดนดักรังควานจนสลบชิงรถไป

เมื่อสรรค์รู้สึกตัวก็พบว่าตัวเองอยู่ที่ท่าเรือผ่านฟากเกาะสีชัง ความจำเสื่อมเดินปะปนไปกับกรรมกรขนสินค้าออกสมุทร จนได้รับการช่วยเหลือจากเถ้าแก่ย่านท่าเรือ และได้ตั้งชื่อใหม่ให้ว่าเสียม ทำงานเป็นจับกังบนเรือ วันหนึ่งเรือผ่านเกาะสีชัง เสียมได้ยินเสียงเพลงอันไพเราะ และเกิดหลงใหลในความงามของเกาะ จึงแอบหนีจากเรือ แว่ายน้ำไปที่เกาะสีชังทันที ระหว่างที่เขากำลังว่ายน้ำเกิดหมดแรง แต่ขณะที่กำลังจะหมดสติจมดิ่งลงไปใต้ท้องสมุทร นิด (วรรณรท สนธิไชย) หญิงชาวเกาะมาพบเข้า ให้ความช่วยเหลือจนปลอดภัย และพาเขาไปพยาบาลที่บ้าน
เสียมหลงรักนิดตั้งแต่ทีแรกพบจึงขออาศัยอยุ่ด้วย แต่เขาเสมือนคนพเนจร จึงทำให้ นิ่ม (ศันสนีย์ วัฒนานุกูล) แม่ของนิด และ เนื่อง (พงศ์สิริ บรรลือวงศ์) พี่ชาย รวมทั้ง เชิด (อาณัตพล ศิริชุมแสง) ชายชายหนุ่มที่หลงรักนิดมานาน รู้สึกไม่พอใจที่เสียมมาอาศัยอยู่ด้วย เสียมชื่นชมบูชานิด ช่วยทำงานทุกอย่าง เขาจัดบ้านใหม่ ปรับปรุงสวนครัว คอยเอาใจสารพัดจนในที่สุดก็ชนะใจนิ่ม แต่เชิดยังคงมึนตึงอยู่

 

วันหนึ่งนิ่มและนิดเอาผลผลิตไปขาย ยายแส (ปวันรัตน์ นาคสุริยะ) แม่ค้าขายของชำคู่แข่งไม่พอใจ แต่ทับทิม (ชมพูนุช ปิยธรรมชัย)บุตรสาวต้องตาต้องใจเสียม จนไอ้แม้นอันธพาลหาเรื่องเสียม โชคดีที่เชิดมาช่วยไว้ ทางด้านกรุงเทพพระชาญ ขอร้องให้สุวลีกับบุญมาเก็บเรื่องของสรรค์หายตัวไปเป็นความลับ

เรื่องย่อ อีสา-รวีช่วงโชติ 4

สาหันหน้าไปสู่พระรัตนตรัยโดยการบวชเป็นชีที่สำนักชีแห่งหนึ่ง ทำให้สามีจิตใจที่สงบขึ้น และหลุดพ้นจากกิเลสตัณหา แต่สาบวชชีได้พักหนึ่ง แต่จิตใจสงบอยู่ได้ไม่นาน นิสัยเดิมของสาที่ติดหลงในกิเลส ความเย้ายวนต่างๆ ก็ทำให้สาตัดสินใจสึกออกมา สากลับไปที่วังรวีวารอีกรอบ เพื่อให้ไปกราบหม่อมพริ้ม และคุณหญิงลูกๆ ของหม่อมพริ้ม สาไปเยี่ยมโสภิตพิไล ที่บัดนี้หม่อมพริ้มนำมาเลี้ยงดูในฐานะหลานสาว เพราะเข้าใจว่าโสภิตเป็นลูกของหญิงโสภา โสภิตเย็นชากับสา เพราะยังไม่หายโกรธ ที่สาเป็นต้นเหตุให้คุณหญิงโสภาแม่ของคุณ ต้องมีชีวิตที่ยากลำบาก ทำให้สาเสียใจมาก ส่วนคุณชายรวีนั้นรู้เพียงว่า สาเคยเป็นหม่อมคนหนึ่งของท่านพ่อ แต่ก็ยังรักและดีกับสาเสมอ ความอ่อนโยนและเมตตาของชายรวี เป็นเสมือนน้ำทิพย์ชะโลมใจสา

จากนั้น สาก็ไปเยี่ยมพี่แป้นที่บ้านคลองบางกอกน้อย ทุกคนรักและมีน้ำใจกับสาเหมือนเดิม ใจสว่าง (ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ) หลานสาวของพี่แป้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัยคณะเดียวกับโสภิตพิไล และเป็นมหาวิทยาลัยที่คุณชายรวีเป็นอาจารย์สอน ใจสว่างเป็นเด็กดี สาจึงชวนใจสว่างให้มาอยู่ด้วยกันที่บ้าน เพื่อให้จะได้ไม่ต้องไปอยู่ที่หอพัก และสาเองก็มีใจสว่างเป็นเพื่อให้นปรับทุกข์เรื่องโสภิตพิไล เพราะใจสว่างรู้ความจริงทุกอย่าง ที่บ้านของสา เพ็ญศรี เพื่อให้นของสาเป็นช่วยดูแลไนท์คลับให้ระหว่างที่สาเข้าคุกและบวชชี นำเงินที่ได้มาให้สา สาตัดสินใจเลิกทำไนท์คลับ หันมาเปิดร้านทำผมตัดเสื้อ เพราะเห็นแก่โสภิต ว่าจะได้ไม่ต้องอับอายคนที่มีแม่เป็นคนกลางคืน หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง กลุ่มนักการเมืองขึ้นมามีอำนาจ ความสำคัญของตระกูลรวีวารก็หมดลง ทรัพย์สมบัติก็ร่อยหรอไป คุณหญิงหริ พี่สาวคุณชายรวี ต้องการแนะนำให้ชายรวีแต่งงานกับคุณแหวว สวาทโฉม บุตรสาวของ คุณหญิงเฉิดฉวี และ นายพลสันทนา (ภูธเนศ หงษ์มานพ) ที่กำลังเรืองอำนาจ เพราะใกล้ชิดกับท่านผู้นำ ทั้งนี้เพื่อให้ผดุงฐานะของรวีวาร และเป็นการส่งเสริมธุรกิจของ ปวุฒิ สามีของคุณหญิงหริทางอ้อมด้วย

ในงานฉลองยศของนายพลสันทนา คุณชายรวี และโสภิตจึงได้รับเชิญไปงานด้วย เพื่อให้ให้คุณชายรวีได้พบกับสวาทโฉม แต่ "ท่าน" เจ้านายของนายพลสันทนาที่มาร่วมงานเกิดถูกตาต้องใจในตัวโสภิต ต้องการให้โสภิตมาเป็นอนุเมีย จึงให้นายพลสันทนาเป็นธุระจัดการให้ นายพลสันทนารู้ว่าโสภิตเป็นบุตรสาวของสาจึงมาติดต่อสาที่ร้านทำผม แต่เมื่อนายพลสันทนาได้พบสาก็เกิดหลงเสน่ห์ สาเองก็ว้าเหว่จึงเผลอใจกลายเป็นอนุเมียของนายพลสันทนา นายพลสันทนาหลงรักสามากถึงกับให้เงินลงทุน ให้สาเปิดคลับขึ้นอีกทีหนึ่ง เพื่อให้ที่เขาจะได้ไปหาสาได้สะดวก เมื่อคุณหญิงเฉิดฉวีรู้เรื่องเข้า จึงตั้งตัวเป็นศัตรูกับสาอย่างเปิดเผย ส่วนตัวโสภิตพิไลเองนั้น กำลังมีความรักกับ ชิษณุ ลูกชายของคุณหญิงศุภลักษณ์บุตรสาวของหม่อมพริ้ม ถึงขั้นจะแต่งงานกันโสภิต แต่เมื่อสารู้ข่าวก็อดไม่ได้ที่จะขัดขวาง เพราะจริงๆ แล้วโสภิตเป็นบุตรสาวของตน และมีศักดิ์เป็นน้าแท้ๆของชิษณุ

เรื่องย่อบ่วงสไบ 12

ผีพุดจีบใช้สไบลากตัวแก้วไปที่ต้นจำปา จะแขวนคอแก้วเหมือนที่แก้วทำกับคุณ เทพเผ่านาร้องห้าม ขอให้พุดจีบหยุดสร้างกรรม พุดจีบเสียใจที่เทพปกป้องแก้ว ร้องไห้เสียใจว่าเทพไม่รักคุณแล้ว เทพการันตีความรักต่อพุดจีบ แต่สิ่งที่เขาทำเพื่อให้ตัวพุดจีบ เขามิอยากให้พุดจีบสร้างกรรมชั่วเป็นบ่วงติดตัวไปในภพภูมิหน้า ขอให้พุดจีบสร้างแต่กรรมดี พุดจีบมองแก้วก็ยังมีความโกรธแค้น กรรมเลวก็ต้องทำลายล้างด้วยความเลว ใช้สไบกระชากคอแก้วจะฆ่าให้ตาย มะลิเผ่านากราบขอร้องผีพุดจีบให้ปล่อยแม่ อย่ารังแกแม่ มะลิรักแม่ ไม่อยากกำพร้า วิญญาณพุดจีบสะอึก หรือมะลิจะมาเกิดเพื่อให้ไถ่บาปแม่ เหมือนพุดจีบเกิดมาเพื่อให้ไถ่บาปที่คุณหลวงคุณเยื้อนเคยทำไว้กับอิ่ม เทพนำคำสอนของพุทธศาสนามาให้สติ ขอร้องให้วิญญาณพุดจีบหยุดผูกบ่วงกรรม การแก้กรรมที่ประเสริฐที่สุด คือไม่ผูกบ่วงกรรม ด้วยความรักที่พุดจีบมีต่อเทพ จึงละวางความอาฆาตแค้น ยอมปล่อยชีวิตแก้ว พุดจีบกอดลาเทพไปรับใช้กรรมที่เคยฆ่าคน เทพและบ่าวไพร่ในเรือน ร่วมทำบุญ กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้พุดจีบได้เกิดภพภูมิที่ดี

          เทพจะพาแก้วไปรับโทษที่พระนคร ตามความผิดที่เคยก่อ แต่ใจหยาบช้าของแก้วมิอาจยอมรับผิด ใช้มะลิต่อรองหนีไป แต่กรรมชั่วตามหลอกหลอน แก้วเห็นผีมิ่ง ไอ้ทับ ไอ้ยอด สัปเหร่อเผ่านารุมบีบคอรังควาน แก้วคว้ามีดแทงผีเหล่านั้นแต่กลับแทงร่างตัวเอง แก้วลากสังขารที่เจ็บปวดไปถึงป่าช้า ผีคุณหลวง คุณเยื้อน อบ กำไล แฟง ตามหลอกหลอน แก้วรีบขุดหลุมศพลงไปนอนข้างกระดูกแม่อิ่ม ร้องขอให้แม่อิ่มช่วยแก้ว แล้วคุ้ยดินกลบฝังร่างตัวเองเพื่อให้หนีจากผีร้าย เทพและมะลิร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลครั้งใหญ่ให้ทุกชีวิตที่สิ้นไป เทพประกาศปลดปล่อยทาสในเรือน ซึ่งตรงกับคำประกาศเลิกทาสของในหลวงรัชกาลที่ 5 เทพขอให้ทุกชีวิตมีอิสระ และหยุดก่อสร้างกรรม ขอให้ยึดมั่นในความดีความชอบ คุณความดีจะเป็นเกราะคุ้มครองตัวเรา ติดตามชมละคร บ่วงสไบ ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 ละคร บ่วงสไบ เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562

เรื่องย่อคนเหนือฅน 5

คมเริ่มรู้เบื้องหน้าของเรืองเดช ที่ทำงานผิดกฎหมายหลายอย่าง เขาเคยเดินทางไปพบไมค์กับเรืองเดชและสิงขร ได้รับรู้เรื่องยาเสพติดของกลาง ไมค์กับเรืองเดชคิดว่ากำนันเกชาเป็นคนปล้นไปแน่ ๆ สิงขรอาสาไปจัดการเรื่องนี้ให้ แต่เรืองเดชได้รับมอบหมายให้คมไปสืบว่ายาเสพติดของกลางซ่อนอยู่ที่ไหน สิงขรไม่พอใจลึก ๆ

          คมเริ่มคิดและต้องการจะถอนตัวจากการทำงานให้เรืองเดช แต่ยังลงจากหลังเสือไม่ได้ คมได้รู้จักกับตาจุ้นในร้านเหล้าประจำอำเภอของหมวยและเจ๊กเฮง ตาจุ้นเป็นคนเก่าแก่ของที่นี่ ทำให้ตาจุ้นรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาเป็นอย่างดี …เรืองเดชเป็นยังไง กำนันเกชาเลวขนาดไหน ไมค์ทำอะไรบ้าง แม้แต่เรื่องที่ตาจุ้นไปพบเด็กชายในป่าวัยสองขวบถูกทิ้งไว้… ตาจุ้นเล่าให้คมฟัง …เขาไม่สามารถเลี้ยงดูได้ เลยเอาไปฝากพระธุดงค์ที่ผ่านมา พระธุดงค์เอาไปเลี้ยงที่กรุงเทพฯ คมรู้สึกสนใจมาก..เขามีปมหลังเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยังบอกใครไม่ได้ …..

          เล่าย้อนกลับไปเมื่อ 25 ปีที่แล้ว วันอันแสนสุขของครอบครัวเสธ.องอาจ เริ่มขึ้นด้วยการมาพักที่บ้านกลางป่าใหญ่ริมลำธารแถบตะเข็บชายแดน วิภา เมียที่แสนรักกำลังสาละวนอยู่กับการเลี้ยงลูกน้อย คิง วัย 1 ขวบ มีคนรับใช้คอยดูแล เคียว 2 ขวบอีกคน ส่วนเจ้า คม ลูกชายคนโตวัย 9 ปีกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการตกปลาที่ลำธารกับเสธ.องอาจผู้เป็นพ่อ …แต่เวลาแห่งความสุขนั้นมันช่างสั้นเสียเหลือเกิน… ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งพร้อมอาวุธครบมือบุกเผ่านาฆ่าครอบครัวของเสธ.องอาจ คมพาเคียวน้องชายอายุ 2 ขวบวิ่งหนีไปตามคำสั่งพ่อ ส่วนวิภาก็คว้าตัวคิงวัย 1 ขวบอุ้มแนบอกแล้วหนีไป แต่อนิจจา วิภาไปได้ไม่ไกลก็ถูกฆ่า ลูกน้อยอายุ 1 ขวบถูกวิภาล้มทับเอาไว้ เด็กสลบไป มือฆ่าคิดว่าตายทั้งคู่ เด็กน้อยจึงรอดตาย และที่คอของคิงมีสร้อยพระองค์เล็กห้อยอยู่

          คมลูกชายคนโตวัย 9 ปี อุ้มเคียวน้องชายกระเตงวิ่งหนีมาซ่อน แต่ก็ถูกตามล่าจากชายฉกรรจ์หลายๆคน และเมื่อจวนตัวที่เจ้าคนโตกับน้องชายจะถูกจับได้ เขาจึงตัดสินใจบอกให้น้องแอบอยู่ในพงเงียบ ๆ แล้วฉีกรูปถ่ายเขากับเคียวที่ถ่ายไว้ก่อนหน้านั้น 1 เดือน ส่วนที่เป็นรูปคม คมให้เคียวเก็บไว้โดยเขายัดใส่กระเป๋าน้องชาย ส่วนที่เป็นรูปเคียว คมเก็บเอาไว้เผื่อวันหลังอาจได้พบกันจะได้มีรูปรับรอง หลังจากนั้นคมก็ตัดสินใจวิ่งล่อกลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั่นไปทางอื่น กลุ่มชายพวกนั้นวิ่งตามเขาไป…มีเสียงปืนดังขึ้นสองสามนัด….ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเด็กทั้งสามคน …แต่พี่ชายคนโตคิดว่าคนที่เป็นหัวหน้านำทีมฆ่า ขาข้างหนึ่งเป็นขาปลอม …..ฝันร้ายเรื่องนี้ยังคอยหลอกหลอนคมมาตรงเวลา 25 ปี จากคำเล่าของตาจุ้น ทำให้เชื่อได้ว่าเคียวน้องชายเขายังไม่ตาย ส่วนคิงเขาเห็นกับตาว่าแม่อุ้มหนีไป แล้วถูกยิงล้มลง คิงคงตายไปแล้ว….คมคิดจะตามหาน้องชายที่ชื่อเคียว คมยังคงเก็บภาพถ่ายของเคียวที่ฉีกไว้ติดตัวตลอดเวลา

เรื่องย่อวิมานมนตรา 10

คุณแสงพาเอาวิญญาณแม่และพ่อของเดือนดาราเผ่านาหาคุณ บอกว่าทุกคนรอให้คุณไปอยู่ในภพภูมิที่ดี พร้อมกันนั้นคุณแสงเองก็รอคอยที่จะเดินทางไปพร้อมกับเดือนดาราเช่นกัน คำพูดของคุณแสงทำให้เดือนดาราร้องไห้ด้วยความตื้นตัน ยอมปล่อยร่างวริศราเพื่อให้จะไปพร้อมกับคุณแสง อีพริ้งที่ติดตามดูอยู่ไม่พอใจที่เดือนดาราจะไปโดยง่าย มันพาเอาวิญญาณต่างๆ ที่ตายเพราะมือเดือนดาราเผ่านาขวาง แล้วฉุดกระชากเอาเดือนดาราออกไปจากคุณแสง อีพริ้งกับวิญญาณพวกบ่าวอีกคนไม่ใช่น้อย ช่วยกันเอาน้ำนรกเทกรอกปากเดือนดารา ทำให้ทั่วท้องของคุณมอดไหม้ร้องโหยหวน จากนั้นได้รุมทึ้งฉีกทุกสัดส่วนของร่างกายเดือนดาราออกเป็นชิ้นๆ เพื่อให้ให้คุณได้รับความเจ็บปวดทรมาน ลุงสำลีติดตามเดือนดาราเผ่านาเพื่อให้นะช่วยเหลือ แต่ก็ถูกอำนาจบารมีของหลวงพี่นะโมสะกัดกั้นทำให้เวทมนต์เสื่อมคลาย เปลี่ยนเป็นคนแก่เหี่ยวย่นค่อยๆ เลือนร่างหายไป เช่นเดียวกับเดือนดารา คุณแสงมองทุกอย่างด้วยความเศร้าหมอง พลางหันมากราบขอบคุณหลวงพี่นะโมที่ทำให้เรื่องทุกอย่างลงเอยอย่างนี้ จากนั้นคุณแสงได้หันมาทางวริศราพร้อมกับขออนุญาตเรียกคุณว่า “พลอย” เป็นครั้งสุดท้าย วริศรายิ้มให้คุณแสงด้วยไมตรี ขอให้คุณแสงบอกความปรารถนาของเขามา คุณแสงขอให้พลอยทำรีสอร์ตเดือนดาราให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสืบต่อไป โดยให้หลวงพี่นะโมเผ่านาแสดงธรรมกับเครือญาติโยมทั้งหลาย เพื่อให้บุญกุศลจากการปฏิบัติธรรม จะช่วยดลบันดาลให้วิญญาณเดือนดาราและลุงสำลี รวมไปถึงทุกๆ ดวงวิญญาณที่เกิดและตายอยู่ในรีสอร์ต แห่งนี้ จะได้รับผลบุญไปด้วย วริศรารับปากมองตามร่างคุณแสงที่ค่อยๆ เลือนหายไป

ในเวลาต่อมา วริศราเปลี่ยนชื่อรีสอร์ตเดือนดาราเสียใหม่ว่า “สถานปฏิบัติธรรมเดือนดารา” และทำทุกอย่างเหมือนที่คุณแสงต้องการ โดยขอให้หลวงพี่นะโมมาประจำการให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติธรรมกับราษฎรที่เผ่านาสู่แดนธรรม พัชรีรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ และยังทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ต้องให้ปกรณ์คอยดูแลใกล้ชิดจนคุณดีขึ้นและรับสภาพทุกอย่างได้ ทั้งสองคนลงเอยกันด้วยดี มารตีและกษมาลงเอยกันก่อนใคร ทางรักสะดวกราบรื่นไร้สิ่งใดขวางกั้น วริศราและตรินตกลงแต่งงานกันท่ามกลางความพอใจของชลิตและวิลาสินี หลังทุกอย่างลงเอยด้วยดี ทั้งหมดลงไปช่วยกันดูแลสถานปฏิบัติธรรม บรรดาสามชายหนุ่มใช้วิชาแพทย์ที่เรียนมาโดยการเปิดคลินิกเพื่อให้ช่วยดูแลผู้ปฏิบัติธรรมที่มาทุกคน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรก็แล้วแต่ติดตามชมความสนุกเข้มข้นของละคร วิมานมนตรา ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35 ละคร วิมานมนตรา เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 4 มกราคม 2563

เสน่ห์รักภูตสาว 1

ผีมะปรางในร่างของสายไหมได้ร่วมมือกับผู้กองแทนไทย ตามจับมือปืนที่ฆ่ามะปรางได้และสืบหาความจริงได้ว่าผู้จ้างวานเป็นคนในบริษัทของอาร์ม โดยพุ่งเป้าสงสัยอาร์มเพราะเป็นเจ้าของบริษัท และตรวจพบไม้เถื่อนภายในโรงงาน ทำให้อาร์มถูกจับ แต่สายไหมไม่เชื่อว่าอาร์มทำจึงหาหลักฐานได้ว่าตัวการที่แท้จริงคือดุสิต สายไหมจึงพยายามเอาหลักฐานไปให้ผู้กองแทนไทยและผีมะปราง แต่ดุสิตรู้สึกตัวเสียก่อนจึงตามฆ่าสายไหม และเป็นจังหวะเดียวกันที่มะปรางถูกยมบาลตามล่า จึงไม่สามารถไปช่วยมะปรางได้ ทางด้านอาร์มถูกประกันตัวออกมาจึงรีบไปช่วยชีวิตสายไหมได้ทันเวลา ส่วนดุสิตหนีรอดไปได้ แต่ไปเจอกับผีมะปรางหลอกจนเตลิดหนีเข้าป่าและถูกต้นไม้หักโค่นลงมาทับจนตาย
สายไหมได้ไปบวชเป็นชีพราหมณ์และอุทิศส่วนกุศลให้มะปรางจนผ่านไป 1 ปี มะปรางได้เข้าฝันสายไหมว่าได้หลุดพ้นและกำลังจะได้ไปเกิดใหม่ ส่วนแทนไทยได้เลื่อนยศเป็นสารวัตร
จากนั้นอาร์มและสายไหมจึงได้แต่งงานกัน โดยมีบุตรสาวตัวน้อยชื่อมะปรางเป็นพยานความรักของคนทั้งคู่
หยาดทิพย์ ราชปาล สายไหม สาวนุ่มนิ่มวัย21 เรียนจบการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีความฝันอยากเป็นนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่มีชื่อ เป็นคนเรียบร้อย ขี้ขลาด ไม่กล้าต่อสู้กับความถูกต้อง ขี้เกรงใจ ยอมคน กลัวคนจะเกลียด ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง คอยพึ่งพามะปรางตลอด โทรหากันวันละหลายหน กลัวผีแต่มีเมตตา ชอบการประนีประนอมพูดจาอย่างสันติ นางเอกทำงานอย่างซื่อสัตย์ต่อบริษัทพระเอก เพราะหลงรักพระเอก รักเพื่อให้น รักและห่วงใยธรรมชาติโดยเฉพาะปัญหาโลกร้อน จึงพยายามออกแบบเฟอร์นิเจอร์ด้วยขยะรีไซเคิล

อลิส-อภัสนันท์ วรภิรมย์รักษ์ มะปราง สาววัย21 นิสัยห้าวหาญเป็นนักสู้ ไม่ยอมคน ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบเชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ชอบใช้กำลังตัดสินปัญหา ลุยมันลูกเดียวจนบางครั้งทำให้ตัวเองและเพื่อให้นเดือดร้อน มะปรางเป็นตัวแทนของคนที่ความกล้าและไม่ยอมใครยึดมั่นถือมั่นในความตั้งอกตั้งใจของตนเกินไป มีทิฐิแรง เช่น การเป็นตำรวจปราบผู้ร้ายเป็นเรื่องไม่ผิด หรือการบังคับขู่เข็นน้องให้เป็นคนดีก็ไม่ผิด มะปรางจึงโมโหมากที่ตัวเองทำดีแล้วต้องตาย จึงต้องการเอาสายไหมมาเป็นตัวแทน เพราะคิดว่าตัวเองเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาคาราคาซังทั้งเรื่องน้อง เรื่องงานได้ ไม่เชื่อเรื่องผี เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง อาร์ม (หัตถชัย) ชายหนุ่มหล่อขั้นเทพ เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องโลกร้อน ทำงานเก่งฉลาด เหย่อหยิ่ง ช่างเลือกผู้หญิง เก่ง เนี๊ยบ มีโปรเจ็คในสมองเยอะ เชื่อมั่นตัวเองสูง จึงไม่ค่อยฟังใคร มุ่งไปที่งานอย่างเดียว ชอบอยู่กับตัวเอง อยู่ในบ้านหลังใหญ่กับแม่บ้านลำเนาผู้ภักดีเพียงสองคน เพราะภายหลังที่พ่อเสียไป แม่ซึ่งเป็นหมอก็เสียสละตัวเองไปดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์อยู่ในแอฟริกา ทำให้ชีวิตของอาร์มอ้างว้างอยู่ลึกๆ

ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล ผู้กองแทนไทย ชายหนุ่มยุคใหม่ที่ใส่ใจด้านความงาม ดูแลหน้าตาและผิวพรรณตัวเองอย่างดี มีนิสัยเป็นคุณหนู ลูกแหงของแม่ ชอบทำงานสบายๆตามประสาลูกคนมีเงิน ไม่ชอบความร้ายแรง แต่พ่อกลับบังคับให้เป็นตำรวจ เป็นคนกลัวตาย กลัวผีเพราะเคยเจอผีตอนเด็กๆ สมัยเรียนตำรวจก็เรียนแบบขอไปที แต่ด้วยความเป็นคนฉลาดจึงสอบผ่าน โดยมีพ่อคอยแอบช่วยบางวิชาที่เป็นการต่อสู้จนสอบผ่านได้เป็นตำรวจ แต่เพราะอู้งานตลอดเลยโดนสั่งย้ายไปหลายแผนกจนพ่อทนไม่ไหวส่งตัวไปให้อยู่กับสารวัตรบุญธรรมเพื่อให้นสนิทสมัยเรียน

จุมพิตพยัคฆ์สาว 2

BLACK SATAN เริ่มอาละวาดหนักข้อ มอมเมาผู้คนด้วยเวทมนต์เพื่อให้ให้กลายเป็นทาสทำทุกอย่างตามที่ถูกบงการ ไอซ์ นาดีน และเหมย จึงเกิดความคิดที่จะใช้พลังพิเศษออกปราบเหล่าร้าย ทั้งสามตั้งชื่อองค์กรเล็กๆ ของพวกคุณว่า เดอะคิส หรือจุมพิตมรณะ และที่องค์กรลับนี้ถูกเรียกว่าจุมพิตมรณะก็เพราะบรรดาเหล่าอาชญกรที่ถูกจับกุมเพื่อให้รอให้ผู้พิทักษ์สันติราชมาเอาตัวไปเข้าห้องขังนั้นจะมีร่องรอยของรอยจุมพิตหรือรอยจูบให้คันหัวใจแก่วิญญูชนโดยทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความโกรธแค้นให้กับเดวิลมาก เดวิลขอให้สมุนออกตามล่า เดอะ คิส แต่ก็ไม่สำเร็จ ส่วนทางการไทยก็ปวดหัวกับดำเนินการขององค์กรลึกลับนี้อย่างทุกวี่วัน

ถึงแม้ทางตำรวจจะแอบขอบคุณที่หลายต่อหลายคดีที่ทางการสามารถจะตามจับตัวอาชญกรตัวเอ้ทั้งไทยและเทศซึ่งทางการเองไม่สามารถหาตัวคนร้ายมาลงโทษได้ แต่ด้วยสายตาของกฏหมาย คนที่จะใช้อำนาจจับกุมคุมขังคนได้คือเจ้าหน้าที่ของทางราชการเพียงแค่นั้นการตั้งตัวเองเป็นศาลเตี้ยเสียเองเป็นสิ่งซึ่งทางคำรวจไม่อาจจะยอมรับได้ และ ร้อยตำรวจเอกปราบ (เพชร-ปรัชญ์ ปรมิณ) สันติบาลชายหนุ่มคนที่ต้องรับผิดชอบเพื่อให้จับตัวจุมพิตมรณะมาลงโทษตามกฏหมายก็ถูกกดดันจากทางผู้บังคับบัญชาทุกวี่วันเพราะยิ่งเวลาผ่านพ้นไปนานเท่าใด สังคมต่างก็แซ่ซ้องในดำเนินงานของจุมพิตมรณะมากขึ้นเท่านั้น

ในคืนหนึ่ง ที่เดอะ คิส ออกปฎิบัติการได้ปะทะกับเขมราช ซึ่งมีพลังเหนือกว่า เดอะ คิสจึงเพลี่ยงพล้ำ ไอซ์บาดเจ็บ แต่ก่อนที่จะถูกเปิดเผยโฉมหน้า มาดามทีก็เผ่านาช่วยทั้งหมดไว้ได้ทัน ทำให้ความลับเรื่องพลังพิเศษของไอซ์เปิดเผย และเมื่อมาดามทีได้รู้ว่าพ่อแม่ของไอซ์เป็นใคร มาดามก็ถึงกับอึ้งสั่งห้ามไอซ์ใช้เวทมนต์อีกเด็ดขาด ทั้งยังยังพาไอซ์ไปซ่อนในเซฟเฮ้าส์ ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงมนต์ ส่วนเขมราชเมื่อรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้เดวิลรู้ เดวิลก็สั่งให้เขมราชตามล่าตัว พวกเดอะ คิสให้ได้ เพราะแน่ใจว่า หนึ่งในนั้นต้องเป็นเป้าหมายที่ตัวเองตามหา เดวิลพาสมุนเข้าบุกค้นที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จึงได้เผชิญหน้ากับมาดามที ทั้งคู่ประมือกัน มาดามเพลี่ยงพล้ำ นาดีนและเหมยเข้าช่วยพามาดามทีหนี ขณะเดียวกัน ปราบก็ได้เบาะแสว่า เดอะคิส อาจซ่อนตัวอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของมาดามที แปลงเป็น 2 ข้างปะทะกันอย่างดุเดือด ทำให้เดวิลต้องปล่อยให้มาดามทีและเด็กสาวทั้ง 2 หนีรอดไป

ที่เซฟเฮ้าส์ มาดามทีได้เปิดเผยความลับที่เก็บงำมาตลอดให้เด็กทั้ง 3 รู้ ว่าแท้จริง คุณคือหนึ่งในทหารองครักษ์ของโลกแม่มด ที่หนีการไล่ล่าของพ่อมดเดวิลผ่านมิติมาในโลกมนุษย์พร้อมๆ กับเหล่าพ่อมดแม่มด ซึ่งรวมทั้งพ่อแม่ของเด็กสาวทั้ง 3 ด้วย แต่ระหว่างการต่อสู้ทุกคนพลัดหลงกัน หลังจากนั้นมาดามทีก็แอบซ่อนตัวรักษาอาการบาดเจ็บ โดยได้รับการช่วยเหลือจากแม่ชี(คริสต์)คนหนึ่ง ได้ช่วยเหลืองานด้านอุปถัมภ์เด็กๆ จนเมื่อแม่ชีเสียชีวิต มาดามทีก็ได้ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า สามารถรับบริจาคจนขยายเป็นศูนย์ใหญ่ ซึ่งจุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือเสาะหา เด็กสาวลูกครึ่งแม่มดและมนุษย์ เพราะเด็กคนนี้จะมีพลังพิเศษเต็มกำลังเมื่ออายุครบยี่สิบ และจะสามารถปราบเดวิลได้ ฉะนั้น เด็กสาวทั้ง 3 จึงเป็นความหวังของมาดามทีและประชาชนแม่มด พ่อมดทั้งมวล ก็แค่ต้องสืบให้ได้ว่า พ่อแม่ที่แท้จริงของเด็กทั้ง 3 เป็นใคร เพราะสำหรับไอซ์นั้นแม้ จะแน่ใจว่า บิดาเป็นมนุษย์แต่ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่ามารดาที่เสียชีวิตไปแล้ว ตั้งแต่ไอซ์พึ่งเกิดไม่นาน เป็นแม่มดไหม

แต่เมื่อทั้งหมดได้พบกับเดวิล การสืบค้นความจริงก็ยากลำบากขึ้น เพราะเดวิลจะไม่มีทางปล่อยให้ทั้งหมดลอยนวล เดวิลเพิ่มการก่ออาชญากรรมขึ้นรายวัน เพื่อให้จะล่อให้พวก เดอะ คิสออกมาแสดงตน ในขณะที่ มาดามทีและเด็กสาวทั้ง 3 ต้องใช้เวทมนต์แปพอดี ไปสืบหาปูมหลังของแต่ละคน โดยเริ่มที่สระบุรี บ้านเกิดของไอซ์เป็นที่แรก โดยหารู้ไม่ว่าคิมจุงนำ พ่อของโซก็คือหนึ่งในเครือข่ายของเดวิลเช่นกัน การเดินทางเพื่อให้ค้นหาความจริงของเดอะคิส จึงเท่ากับเดินไปสู่กับดักแห่งความหายนะในที่สุดแล้ว ธรรมะหรืออธรรมที่จะเป็นผู้กำชัยชนะ ติดตามได้ในตอนจบของ จุมพิตพยัคฆ์สาว

คนละโลก 7

ทิเบตสืบจนรู้ว่าไฟล์ทของคลเมขลาคือไฟลท์อะไร พักที่โรงแรมไหน ทิเบตไม่รอช้าเริ่มทำตามแผนของเค้าทันที กระเป๋าเดินทางของคลเมขลากับปุราณถูกขโมย ทำให้สองคนเคว้งคว้าง แต่แล้วทิเบตกลับโผล่มาช่วย ทิเบตลุ้นว่าคลเมขลากับปุราณจะจำเค้าได้ไหม เค้าสองคนจำทิเบตไม่ได้ เพราะตอนนี้ทิเบตรูปร่างใหญ่ขึ้น หน้าตาดีขึ้นไม่เหมือนชายหนุ่มซื่อ ผมม้า ท่าทางจ๋องๆ คนเดิม ทิเบตแนะนำว่าเค้าชื่อ ทิม เป็นคนไทยที่มาทำธุรกิจที่นี่ ทิเบตเสนอตัวช่วยเหลือทั้งสองคนสุดกำลัง โดยการพาไปช้อปปิ้งชุดแบรนด์เนม จนทำให้คลเมขลากับปุราณไว้วางใจ
ทิเบตพาสองสามีเมียท่องเที่ยวปุราณเอาใจคลเมขลาตลอดทางจนทำให้ทิเบตไม่พอใจ ทิเบตต้องหาทางแยกคลเมขลากับปุราณออกจากกัน แล้วทิเบตก็ทำสำเร็จเมื่อพาปุราณไปเข้าบ่อนของเค้า โดยที่ปุราณไม่รู้ ทิเบตบอกให้ลูกน้องทำให้ปุราณได้เงินเยอะๆ จนปุราณติดใจ ไม่อยากพาคลเมขลาท่องเที่ยวปุราณขอให้ทิเบตช่วยดูแลคลเมขลาแทน คลเมขลางอนปุราณจึงไปกับทิเบต แผนของทิเบตดำเนินไปด้วยความราบรื่น
ทิเบตพาคลเมขลาเที่ยวชนบทในญี่ปุ่น คลเมขลาเป็นสุขมากจนลืมไปว่าไม่พอใจปุราณอยู่ ทิวทัศน์ธรรมชาติทำให้คลเมขลาเพลิดเพลิน ทิเบตดำเนินแผนการต่อไป โดยแกล้งทำเป็นรถเสีย กลับเข้าเมืองไม่ได้ จำต้องค้างคืนที่นี่ ทิเบตกับคลเมขลาไปเปิดโรงแรมแบบเรียวกัง (โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นอยู่) โรงแรมนั้นเป็นของซาซูเกะ ทิเบตจึงคิดแผนบอกว่ามีห้องพักเหลือห้องเดียว สองคนจำต้องนอนห้องเดียวกัน แต่ทิเบตแสดงความเป็นสุภาพบุรุษโดยการออกไปนอกห้อง ทำให้คลเมขลาประทับใจมาก
ทิเบตพาคลเมขลาไปเที่ยวต่อในวันรุ่งขึ้น ปุราณติดต่อทิเบต แต่คลเมขลายังไม่หายงอน จึงบอกไปว่าจะอยู่เที่ยวกับทิเบตต่ออีกสี่ห้าวันถึงจะกลับ ทิเบตอาสาเป็นตัวกลางประสานรอยร้าวให้ปุราณ ปุราณไม่ได้เอะใจแต่กลับเชื่อสนิท
ทิเบตทำดีกับคลเมขลาทุกอย่าง คอยดูแล เอาใจ จนทำให้คลเมขลารู้สึกดีกับทิเบต และเริ่มความรู้สึกว่าคุณน่าจะเจอทิเบตก่อนหน้านี้ เพราะว่า..
ครอบครัวของปุราณกำลังจะล้มละลาย จากการที่ปุราณเล่นหุ้นอย่างมากเพื่อให้เอาเงินมาบริหารงานของบริษัท แต่มันกลับไม่ประสบผลสำเร็จแถมยังเป็นหนี้มากกว่าเดิม นิโลบล แม่ของปุราณจึงย้ำให้ปุราณจับคลเมขลาให้อยู่ โดยนิโลบลเข้าทางคุณหญิงศรีเมือง ปุราณไม่อยากทำ แต่เพราะความที่เค้ารักแม่มาก จึงไม่กล้าขัดใจ ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษที่ปุราณแสดงออก ทำให้คุณหญิงศรีเมืองชอบ และตั้งมั่นจะให้แต่งงานกับคลเมขลา
คลเมขลาปฏิเสธคุณย่าไม่ได้ เพราะคุณย่าเจ็บออดๆ แอดๆ คุณจำต้องแต่งงานกับปุราณ คลเมขลาตกลงกับปุราณว่าเราจะแต่งงานกันในทางนิตินัยเพียงแค่นั้นปุราณจำยอม

เพชรกลางไฟ 2

ในงานฉลองเสกสมรสระหว่าง หม่อมเจ้าหญิงเมรา พระธิดาของหม่อมเรี่ยม กับ หม่อมเจ้าอธิปพระโอรสของเสด็จในเกรมฯ อีกวังหนึ่ง อุรวศีและเพื่อให้น ๆ นางข้าหลวงต่างก็ไปร่วมงานนี้กัน โดยมีสร้อยไปคอยควบคุมดูแล ทั้งยังคอยสอดส่องหาชายชายหนุ่มเชื้อพระวงศ์ที่เหมาะสมคู่ควรกับอุรวศี ในที่สุดสร้อยก็ตัดสินใจว่า หม่อมเจ้าสุรคม พระอนุชาต่างมารดาของหม่อมเจ้าอธิป เป็นคนที่เหมาะสมกับอุรวศีที่สุด หม่อมเจ้าสุรคมเองก็ดูจะพอพระทัยในตัวอุรวศีเช่นกัน ในงานเดียวกัน อนลถือจดหมายของหม่อมสลวยมาหาโอกาสมอบให้กับอุรวศี อุรวศีขอร้องอนลไม่ให้มาพบคุณอีก เพราะเรื่องที่เกิดคราวก่อน เสด็จป้าเว้นโทษให้เพียงครั้งเดียวเพียงแค่นั้นอนลผิดหวังที่ความรักระหว่างคุณกับเขา ช่างมีอุปสรรคมากเหลือเกิน

ที่บ้านของ พระยารัชปาลี บิดาของอนล มีผู้อาศัยอยู่ในรอบๆใกล้เคียงกัน คือ เกื้อ ผู้มีศักดิ์เป็นอาของอนล เกื้อขาพิการมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาอับอายที่ไม่เหมือนคนอื่น จึงมุมานะเรียนหนังสือจนเก่ง เกื้อเป็นคนหัวก้าวหน้า สนใจระบอบการปกครองที่เอาอย่างมาจากฝรั่ง และมองว่าระบอบการปกครองที่เป็นอยู่ จะทำให้ประเทศชาติรุ่งโรจน์ก้าวหน้าได้ยาก ระหว่างที่อนลไปเยี่ยมเกื้อที่บ้าน ก็แอบได้ยินเกื้อ กับอนึก พี่ชายของอนลที่เป็นทหาร กำลังสมคบคิดกันคิดแผนบางสิ่งบางอย่างซึ่งอนลยังจับใจความไม่ได้ชัดเจน จึงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ ขณะเดียวกัน ดวงแขกับคุณหญิงไกรเพชรรัตน์มาพักที่บ้านองพระยารัชปาลีโดยอ้างว่าเพื่อให้รักษาตัว คุณหญิงรัชปาลีเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย เพราะต้องการจับคู่ดวงแขกับอนล ดวงแขพยายามเอาตัวมาใกล้ชิดอนล แต่อนลก็ไม่ได้มีท่าทีชอบพอตอบกลับ

หม่อมเอื้อน หม่อมแม่ของท่านชายสุรคม คิดจะทาบทามอุรวศีให้กับท่านชายสุรคม เมื่อหม่อมต่วนรู้เข้าก็เกิดความริษยา ไม่อยากให้อุรวศีได้ดีไปกว่าลูก ๆ ของตน จึงเล่าเรื่องที่หม่อมสลวยหนีไปแต่งงานใหม่ให้หม่อมเอื้อนฟัง และเสนอว่าหากท่านชายสุรคมเสกสมรสกับท่านหญิงอรุณวาสี จะแถมทรัพย์สินเงินทองให้คุณชายสุรคมไปด้วย หม่อมเอื้อนลังเลเพราะเห็นแก่ทรัพย์สมบัติที่จะได้จากหม่อมต่วน เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงหูเสด็จป้า ก็ทรงกริ้วมาก เพราะทรงหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้คุณชายสุรคมเสกสมรสกับอุรวศี

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา

พุทธศักราช ๒๑๐๖ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ทรงกรีฑาทัพเข้าตีราชอาณาจักรอยุธยา โดยได้เข้ายึดครองหัวเมืองฝ่ายเหนืออันมี “เมืองพิษณุโลก” เป็นราชธานี ได้เป็นผลสำเร็จ ครั้งนั้น “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” (เจ้าแผ่นดินครองเมืองพิษณุโลก – พระราชบิดาของสมเด็จพระนเรศวร หรือ พระองค์ดำ) จำต้องยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตอาณาประชาราษฎร์มิให้ต้องมีภัยอันตราย และจำต้องยอมร่วมกระบวนทัพพม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยา

ศึกครั้งนั้น “สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ” เจ้าแผ่นดินอยุธยา ทรงยอมเจรจาหย่าศึกกับพม่ารามัญ และ ถวายช้างเผือก ๔ เชือก ทั้งให้ “สมเด็จพระราเมศวร” (ราชโอรส) เสด็จไปประทับยังนครหงสาวดีตามพระประสงค์ของกษัตริย์พม่า ข้าง “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” ก็จำต้องถวายตัว “สมเด็จพระนเรศวร” ราชโอรสองค์โต ซึ่งมีพระชนมายุได้เพียง ๙ ชันษา ไปเป็นองค์ประกัน ประทับยังหงสาประเทศเช่นกัน

ด้วยพระปรีชาสามารถด้านพิชัยยุทธ ทั้งยังองอาจกล้าหาญ “สมเด็จพระนเรศวร” จึงทรงเป็นที่รักใคร่ของ “พระเจ้าหงสาวดี บุเรงนอง” ประดุจพระราชบุตรร่วมสายสันตติวงศ์ แลทรงมีสายพระเนตรยาวไกล เห็นว่าสืบไปเบื้องหน้า “สมเด็จพระนเรศวร” จะได้ขึ้นเป็นใหญ่ในอุษาคเนย์ประเทศ จึงทรงปลูกฝังให้สมเด็จพระนเรศวรผูกพระทัยรักแผ่นดินหงสา เพื่อจะได้อาศัยเป็นผู้สืบอำนาจอุปถัมภ์ค้ำชูราชอาณาจักรซึ่งพระองค์ทรงสถาปนาขึ้นด้วยความยากลำบาก แลหาได้วางพระทัยในพระราชโอรส “พระเจ้านันทบุเรง” และพระราชนัดดา “มังกยอชวา” ด้วยทรงเล็งเห็นว่าราชนิกุลทั้งสองพระองค์นั้น หาได้เป็นผู้ทรงคุณธรรม เหตุนี้จึงเป็นชนวนให้ “พระเจ้านันทบุเรง” และ “ราชโอรสมังกยอชวา” ขัดพระทัยทั้งผูกจิตริษยา “สมเด็จพระนเรศวร” ตลอดมา

นับแต่เริ่มเข้าประทับในหงสานคร พระเจ้าบุเรงนองทรงโปรดให้ “พระมหาเถรคันฉ่อง” พระรามัญผู้มากด้วยวิทยาคุณและเจนจบในตำราพิชัยสงคราม เป็นพระอาจารย์ถ่ายทอดศิลปะวิทยาการแก่ “สมเด็จพระนเรศวร” ยังผลให้ยุพราชอยุธยาเชี่ยวชาญการยุทธ กลช้าง กลม้า กลศึก ทั้งข้างอยุธยาและข้างพม่ารามัญหาผู้เสมอเหมือน

พุทธศักราช ๒๑๑๒ (๖ ปีต่อมา) “สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ” เจ้าแผ่นดินอยุธยาเสด็จออกผนวช แลสถาปนา “สมเด็จพระมหินทร์” ราชโอรสองค์รองขึ้นเสวยราชสมบัติสืบแทน “สมเด็จพระมหินทร์” ทรงคลางแคลงพระทัยในความจงรักภักดีของ “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” มาแต่ครั้งสงครามชิงช้างเผือก เมื่อ ๖ ปีก่อน ขณะที่เจ้าแผ่นดินพิษณุโลกก็หาได้ยำเกรงสมเด็จพระมหินทร์เช่นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ

กษัติร์ย์อยุธยาพระองค์ใหม่ จึงหันไปสมคบกับ “สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช” พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาว ร่วมกันเข้าตีเมืองพิษณุโลก แต่กระทำการมิสำเร็จ “พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง” เห็นเชิงสบโอกาสจึงยกทัพใหญ่เข้าตีกรุงศรีอยุธยาอีกคำรบ ครั้งนั้น “สมเด็จพระนเรศวร” ร่วมโดยเสด็จมากับทัพหงสา แลทรงประทับอยู่เพียงเมืองพิษณุโลก มีเพียง “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” โดยเสด็จกษัตริย์หงสาลงมากรุงศรีอยุธยา ด้วยตั้งพระทัยจะเกลี้ยกล่อมให้ “สมเด็จพระมหินทร์” ยอมสวามิภักดิ์พระเจ้าบุเรงนอง เพราะเล็งเห็นว่าอยุธยายากจะต่อรบเอาชัย แม้ศึกครั้งนั้น “สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ” ทรงลาผนวชมาบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง แต่อยู่ได้มิช้านานก็เสด็จสวรรคตระหว่างศึก กรุงศรีอยุธยาก็เสียแก่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง

ข้าง “สมเด็จพระนเรศวร” ซึ่งประทับอยู่ยั้งยังนครพิษณุโลกแต่ต้นศึก ทรงรู้ซึ้งว่า “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” พระราชบิดามิได้คิดคดเป็นกบฏต่อแผ่นดิน แต่ก็หาได้เห็นด้วยกับการอ่อนข้อสวามิภักดิ์พม่ารามัญ น้ำพระทัยอันมั่นคง เด็ดเดี่ยวนั้น ถึงแม้จะมิได้แพร่งพราย แต่ก็ประจักษ์อยู่ในหมู่ข้าราชบริพารใกล้ชิดผู้รักและหวงแหนในเอกราชของแผ่นดิน จึงพากันนิยมในน้ำพระทัย แลพร้อมใจถวายความจงรักภักดีแต่นั้นมา

ครั้นเสร็จศึกอยุธยาพุทธศักราช ๒๑๑๒ “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” ทรงถวาย “พระสุพรรณกัลยา” (พระพี่นางสมเด็จพระนเรศวร) แก่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง และ “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา ครั้นลุปีพุทธศักราช ๒๑๑๔ “พระสุพรรณกัลยา” แลขอตัว “สมเด็จพระนเรศวร” จากพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง เสด็จกลับยังเมืองพิษณุโลก เพื่อช่วยราชการข้างอยุธยา และโปรดให้สมเด็จพระนเรศวรเสวยราชย์ครอง “เมืองพิษณุโลก” เป็นใหญ่เหนือหัวเมืองเหนือทั้งปวง